ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็พระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เสด็จไปยังห้องประชุมมิราเคิล แกรนด์ บอลรูม โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ในการพระราชทานพระโอวาทแก่นักศึกษาใหม่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประจำปีการศึกษา 2566 โดยมี คุณหญิงลักษณาจันทร เลาหพันธุ์ รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ด้านการศึกษา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคลากรและนักศึกษาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เฝ้ารับเสด็จ เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2566 การนี้ พระราชทานพระวโรกาสให้ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน เข้าเฝ้ากราบทูลรายงาน

ในปีการศึกษา 2566 นี้ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มีนักศึกษาใหม่จำนวนทั้งสิ้น 501 คน ประกอบด้วย นักศึกษาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน จำนวน 83 คน นักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี จำนวน 217 คน นักศึกษาคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ จำนวน 164 คน นักศึกษาโครงการสนับสนุนทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีแก่เยาวชนลาว จำนวน 18 คน และนักศึกษาสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ จำนวน 19 คน ทุกหลักสูตรที่จัดการเรียนการสอนมีความสำคัญตอบสนองความต้องการของประเทศและนานาชาติ ทั้งด้านการแพทย์ การสาธารณสุข วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์สุขภาพ โดยบูรณาการงานวิจัย งานบริการวิชาการสู่สังคม และการมุ่งเน้นเรื่องความเป็นไทย ศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนการเทิดทูนสถาบันหลักของแผ่นดิน

โอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานพระโอวาทแก่นักศึกษาใหม่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ใจความตอนหนึ่งว่า “ข้าพเจ้าขอน้อมนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร เรื่องของการศึกษาที่พระราชทานไว้ว่า “การศึกษาหาความรู้สำคัญตรงที่ว่าต้องศึกษาเพื่อให้เกิดฉลาดรู้ คือรู้แล้วสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงๆ โดยไม่เป็นพิษเป็นโทษ การศึกษาเพื่อความฉลาดรู้มีข้อปฏิบัติที่น่าจะยึดเป็นหลักอย่างน้อยสองประการ ประการแรก เมื่อจะศึกษาสิ่งใดเรื่องใดให้รู้จริง ควรจะศึกษาให้ตลอด ครบถ้วนทุกแง่มุม ไม่ใช่เรียนรู้แต่เพียงบางส่วนบางตอน หรือเพ่งเล็งเฉพาะแต่เพียงบางแง่บางมุม อีกประการหนึ่ง ซึ่งจะต้องปฏิบัติประกอบพร้อมกันไปด้วยเสมอ คือ ต้องพิจารณาศึกษาเรื่องนั้นๆ ด้วยความคิดจิตใจที่ตั้งมั่นเป็นปกติและเที่ยงตรงเป็นกลาง’ ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะใช้เวลาและโอกาสอันมีค่านี้สั่งสมความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญอย่างฉลาดและมีสติ ประสบความสำเร็จในการศึกษาตามที่มุ่งหวัง และเป็นบัณฑิตที่มุ่งมั่นทำความดี มีเมตตาและสามัคคี เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่า สร้างความมั่นคงให้แก่ตนเอง ครอบครัวและประเทศชาติต่อไป”

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2559 จากพระปณิธานของศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อถวายราชสดุดีแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการสืบสานตามรอยเบื้องพระยุคลบาทที่ทรงมุ่งหวังให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ได้มาตรฐาน โดยมีพระปณิธานให้เป็นศูนย์กลางการเรียนการสอนและการวิจัยขั้นสูงที่จะสร้างบัณฑิตและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์ สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม ที่มีจิตในการทำประโยชน์ให้ผู้อื่นก่อนคิดถึงประโยชน์ของตัวเอง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน