เผย 10 เดือน ทองไทยพุ่งสูงบาทละ 3 พันบาท หลังเงินบาทอ่อนค่าลง 11% แต่คนไทยขายทองไปหมดแล้ว ลุ้นธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คงดอกเบี้ย หลังเศรษฐกิจสหรัฐแผ่ว
นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า ผลจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าทะลุแตะ 36.20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เทียบค่าเงินบาทช่วงต้นปีอยู่ที่ 32 บาทกว่า/ดอลลาร์ เท่ากับว่าค่าเงินบาทไทยลดลงจากต้นปีถึง 11% และเมื่อเทียบราคาทองในตลาดโลกเมื่อต้นปีอยู่ที่ 1,930 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ใกล้เคียงราคาทองคำโลก ณ ปัจจุบัน แต่ราคาทองคำไทยแพงขึ้นถึงบาทละ 3,000 บาท หรือจากบาทละกว่า 29,950 บาท ในช่วงต้นปี มาอยู่ที่ 32,900 บาท
สำหรับประเด็นที่ต้องติดตาม คือการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 21 ก.ย. 2566 โดยมีการประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐจะไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ประกอบกับสหรัฐยังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย ทำให้นักลงทุนหันมาลงทุนในทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ดังนั้น มีโอกาสที่ราคาทองคำในตลาดโลกจะปรับสูงขึ้นมาได้อีก เล็กน้อย และทำให้ราคาทองในประเทศปรับขึ้นได้อีก เล็กน้อยด้วยเช่นกัน
สำหรับบรรยากาศการซื้อขายทองที่เยาวราช จาก ราคาทองคำในประเทศที่ปรับสูงขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ แต่ เชื่อว่าจะมีประชาชนนำทองมาขายไม่มากแล้ว เนื่องจากตลอดปีที่ผ่านมามีการทยอยออกไปมากแล้ว ณ เวลา 11.34 น. ราคาทองไทยปรับขึ้นไปถึงบาทละ 250 บาท ทำให้ราคาทองคำแท่งรับซื้อที่บาทละ 32,950 บาท ขายออกบาทละ 33,050 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อที่ 32,351.44 บาท ขายออกที่ 33,550 บาท
อย่างไรก็ดี ราคาทองคำเปิดตลาด ทองคำแท่งรับซื้อที่บาทละ 32,850 บาท ขายออกบาทละ 32,950 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อที่ 32,260.48 บาท ขายออกที่ 33,450 บาท โดยปรับขึ้น 50 บาท หลังจากนั้นไม่ถึง 5 นาที มีการประกาศราคาทองคำครั้งที่ 2 โดยราคาพุ่งขึ้นอีกบาทละ 150 บาท ทำให้ราคาแท่งทองคำแท่งรับซื้อที่บาทละ 32,900 บาท ขายออกบาทละ 33,000 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อที่ 32,305.96 บาท ขายออกที่ 33,500 บาท
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ระดับ 35.95 บาทต่อดอลลาร์ ตามจังหวะการปรับตัวขึ้นของทั้งบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐ และเงินดอลลาร์ เนื่องจากผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้นผลการประชุมเฟด