ปรับเกณฑ์เลิกให้สิทธิ์อัตโนมัติ-ธปท.ห่วงวินัยการเงิน
ธ.ก.ส.ชงพักหนี้แบบมีรายได้ 3 ปี ปรับเกณฑ์ใหม่ เลิกให้สิทธิ์อัตโนมัติ เข้าบอร์ดเคาะ 22 ก.ย. ดัน ครม.เห็นชอบ 26 ก.ย. -ธปท.ห่วงเสียวินัยชำระหนี้
นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 22 ก.ย.2566 จะมีการประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. โดยมีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เป็นประธานการประชุม โดยฝ่ายบริหารจะมีการเสนอมาตรการพักชำระหนี้เกษตรกร 3 ปี ตามนโยบายรัฐบาล ของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง คาดว่าจะนำสรุปทั้งหมดเข้าสู่ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 26 ก.ย.2566 เพื่อให้การดำเนินการต่อไป
ทั้งนี้ ยืนยันว่ามาตรการพักหนี้รอบใหม่ จะไม่เหมือนกับ 13 ครั้งในรอบ 9 ปีที่ผ่านมา แต่เป็นการทำมาตรการบนแนวทาง 2 เรื่อง คือ 1.มุ่งลดภาระให้เกษตรกร โดยจะพักหนี้ทั้งเงินต้น และดอกเบี้ย ให้กับเกษตรกรทันที 3 ปี โดยในส่วนภาระดอกเบี้ย รัฐบาลจะรับภาระชดเชยให้กับ ธ.ก.ส.แทน และ 2.เร่งฟื้นฟูศักยภาพให้กับเกษตรกร มุ่งสร้างรายได้ในระหว่างพักหนี้ โดยปรับวิธีคิดการทำเกษตร เพิ่มเทคนิค การทำการตลาด วิธีการขาย
“รัฐบาลให้ธ.ก.ส.ไปปิดจุดอ่อน มาตรการในอดีตให้มากที่สุด โดยตอบโจทย์ 3 ประเด็น คือ 1.ลดภาระ 2.ฟื้นฟูศักยภาพ และ 3.ระมัดระวังการเสียวินัยชำระหนี้ (Moral Hazard) หลังจากพ้นระยะเวลามาตรการพักหนี้ไปแล้ว ซึ่งปัจจุบัน ธ.ก.ส.มีลูกหนี้อยู่ราว 3.9 ล้านราย สินเชื่อรวม 1.4 ล้านล้านบาท ส่วนลูกหนี้รายได้จะเข้าเกณฑ์ มีสินเชื่อรวมต่อรายเท่าใด ก็จะเสนอหลายแนวทางให้พิจารณา”
นายฉัตรชัยกล่าวว่า การพักหนี้รอบใหม่ จะแตกต่างจากที่ผ่านมา ที่ลูกหนี้จะได้สิทธิ์ทันทีโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องดำเนินการอะไร แต่ครั้งนี้ ลูกหนี้ที่ต้องการร่วมโครงการ จะต้องโชว์ตัวตน ผ่านแอพพลิเคชั่น BAAC Mobile เพื่อให้ธนาคารสามารถติดตามสถานะลูกหนี้ได้ ไม่ใช่เข้าโครงการแล้วหายไปเลย ธนาคารก็จะประเมินสถานะลูกหนี้ พร้อมกำหนดแนวทางช่วยเหลือแต่ละรายแตกต่างกันตามความสามารถของลูกหนี้ ซึ่งการพักหนี้รอบใหม่ จะมาเป็นแพ็กเกจ ทั้งการให้สิทธิ์ประโยชน์ รวมทั้งการให้สินเชื่อเพิ่มเติมกับลูกหนี้ที่ต้องการเงินทุน เพิ่มสภาพคล่องเพื่อการฟื้นฟู ไม่ให้ไปกู้นอกระบบ
นางโสมรัศมิ์ จันทรัตน์ ผู้อำนวยการวิจัย สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยผลการศึกษาถอดบทเรียนการพักหนี้เกษตรกรไทย ว่า การพักหนี้ที่ผ่านมาไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา แต่ทำให้เกษตรกรเสพติดการพักหนี้ในกลุ่มลูกหนี้ดี ส่วนลูกหนี้เสียเหมือนเป็นการเตะปัญหาออกไป จึงเสนอให้มีการออกแบบมาตรการให้เหมาะสมคือ 1.ปรับรูปแบบพักหนี้ เน้นพักหนี้ระยะสั้น 2.แก้ปัญหาให้ตรงจุด ไม่ใช่พักหนี้ให้ทุกคน เช่น กลุ่มได้รับผลกระทบภัยแล้ง น้ำท่วม 3.เสริมแนวทางให้เกษตรกรช่วยเหลือตนเอง เช่น ระบบประกันสินเชื่อเกษตรกร โดยการพักหนี้ควรเป็นเครื่องมือสุดท้าย ที่รัฐบาลจะนำมาใช้