กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจขึ้นมาทันที ภายหลัง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.การคลัง ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวบลูมเบิร์ก เมื่อ นายทักษิณ ชินวัตร พ้นโทษ จะไปขอคำปรึกษาในฐานะอดีตนายกฯ
คำสัมภาษณ์ของนายเศรษฐาระบุ “คุณทักษิณยังคงเป็น นายกฯ ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เป็นเหตุผลที่ดีอย่างเห็นได้ชัดว่าถ้าหากท่านเป็นอิสระแล้ว ผมไม่ไปขอความเห็นจากท่านหรืออดีตนายกฯคนอื่นๆ ก็คงไม่ฉลาดนัก”
มีความเห็นหลากหลายตามมา ทั้งในส่วนของรัฐบาล ฝ่ายค้าน และสมาชิกวุฒิสภา
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ระบุ คิดว่านายกฯอยากได้ประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถของนายทักษิณมาใช้ในการทำงาน แต่ต้องไปดูว่าจะมีข้อติดขัดทางกฎหมาย หรือจะมีปัญหาอะไรหรือไม่
ส่วนตัวคิดว่าถ้านายทักษิณพ้นทุกอย่างแล้ว การให้ความคิดเห็นหรือข้อแนะนำเป็นบทบาทที่ทำได้ เพราะนายทักษิณพูดเสมอว่ากลับมาครั้งนี้ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยอยากอยู่กับครอบครัว ส่วนเรื่องของประเทศชาติช่วยอะไรได้ก็ยินดี จึงคิดว่าการให้คำปรึกษาเป็นไปได้ เพราะทุกอย่างอยู่ที่เป้าหมายทำให้ประเทศชาติดีขึ้น

นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ระบุใครก็ตามที่เป็นคนที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อประเทศชาติก็ควรจะให้โอกาสมารับใช้สังคม ไม่เฉพาะนายทักษิณ และคิดว่านายทักษิณคงจะมองหลายด้าน
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลกทม. ว่า เป็นดุลพินิจของนายเศรษฐาที่จะขอคำปรึกษาจากใครก็ได้ ทั้งนายทักษิณ และอดีตนายกฯคนอื่นๆ ที่คิดว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์กับการทำงานในฐานะนายกฯ
นายทักษิณเป็นนักการเมืองที่มีความรู้ ความสามารถพอสมควรระดับหนึ่ง อาจมากหรือน้อยก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละบุคคล แต่ก็เป็นนักการเมืองที่มีคนครหานินทา ไม่ไว้วางใจเรื่องความโปร่งใสอยู่มาก
หากนายเศรษฐาต้องการขอคำปรึกษาจากนายทักษิณ เป็นการภายในน่าจะทำได้ แต่ไม่เห็นด้วยหากจะตั้งเป็นที่ปรึกษานายกฯอย่างเป็นทางการ
นายสมชาย แสวงการ สว. ท้วงติงว่า แม้นายทักษิณจะเคยเป็นอดีตนายกฯ มีคุณงามความดีแต่ก็มีคดีที่ศาลฎีกาพิพากษา จำคุก 3 คดี เพื่อให้เกิดหลักนิติธรรมและความปรองดองสมานฉันท์ควรพิจารณาเรื่องนี้ควบคู่กันไป
และไม่มีความจำเป็นหากจะแต่งตั้งนายทักษิณเป็นที่ปรึกษา แค่ขอคำปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการดีแล้ว เพราะมีอดีตนายกฯหลายคนที่ควรพบและขอคำปรึกษาได้ เช่น นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์, นายชวน หลีกภัย, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, นายอานันท์ ปันยารชุน และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ส่วนมุมมองนักวิชาการ นายโอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ม.บูรพา กล่าวว่า มองได้หลายมุมในแง่ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ทางการเมือง การบริหารงานของนายทักษิณ ถือว่ามีประโยชน์ที่จะขอคำแนะนำมาใช้ประกอบการบริหารงานของรัฐบาลนายเศรษฐา เพราะนายเศรษฐายังขาดประสบการณ์ในมิติทางการเมือง ประสบการณ์ของนายทักษิณจะช่วยได้ไม่มากก็น้อย
แต่หากมองอีกมุมหนึ่งจะสะท้อนกลับไปที่ว่าภาพนายทักษิณจะมาแทนที่นายเศรษฐา จะทำให้ภาพลักษณ์ของนายเศรษฐาที่ถูกตั้งคำถามว่าเป็นนายกฯ อุปโลกน์ นายกฯนอมินี โดนครอบงำจากนายทักษิณจะเด่นชัดยิ่งขึ้น จึงมีทั้งผลดีและผลลบ
หากนายทักษิณกลับมาในฐานะที่ปรึกษาจริงๆจะทำให้บารมีของนายทักษิณสูงมาก ทำให้การบริหารงานใน ครม.มีปัญหาทันที จะเป็นแง่ลบทันทีหากตั้งนายทักษิณเป็นที่ปรึกษา หรือเพียงแค่ขอคำปรึกษา รัฐมนตรีจะฟังแต่นายทักษิณ ซึ่งเห็นท่าทีผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทย เช่น นายภูมิธรรม ก็มีท่าทีคล้อยตาม ขณะที่นายเศรษฐา จะมีปัญหาในการบริหารระยะยาว
นายเศรษฐามีความพยายามในการสร้างภาวะผู้นำสูงมาก ดูได้จากการแสดงวิสัยทัศน์ในเวทีการประชุมโลกซึ่งถือว่าทำได้ดีมาก แต่เมื่อหันไปดูเกมการเมือง เหมือนมีความพยายามจะทำให้นายกฯไม่มีอำนาจ ระวังภาพลักษณ์ของนายทักษิณจะเข้ามาแทนที่
อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ของนายทักษิณถือเป็นข้อดี นายทักษิณเชี่ยวชาญนโยบายในแง่การตลาดทางการเมือง ขณะที่รัฐบาลชุดนี้ตั้งโดยมีต้นทุนที่ต้องจ่ายเยอะ การใช้ประสบการณ์ของนายทักษิณมาทำนโยบายเชิงแมส เข้าหาประชาชนกลุ่มคนรากหญ้า จะช่วยให้คะแนนนิยมของรัฐบาลฟื้นกลับขึ้นมาได้
แต่อาจทำให้ฝ่ายตรงข้ามที่ไม่ชอบอยู่แล้วไม่พอใจและ โจมตีได้