ตะวัน วัตุยา ในฐานะศิลปินผู้ออกแบบงานศิลปะและธีมงาน “มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 28” ของบูธหนังสือสำนักพิมพ์มติชน ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 12-23 ต.ค.นี้ ณ ศูนย์การประชุม แห่งชาติสิริกิติ์

ตะวันเปิดเผยถึงการออกแบบภายใต้แนวคิด “มติชน(ด)รามา เทศกาลหนัง(สือ) อ่านเอาเรื่อง” ว่า การร่วมมือของตัวเองกับมติชน เริ่มตั้งแต่ตนได้รู้จักกับ อาจารย์สุจิตต์ วงษ์เทศ นักเขียนชื่อดัง ที่ร้านแถวถนนพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นช่วงแรกที่ทำผลงานของตัวเองและ ได้อาจารย์สุจิตต์เป็นผู้ส่งผลงานลงตีพิมพ์บนนิตยสารศิลปวัฒนธรรม และส่งต่อมาจนถึงยุคผู้บริหารปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังเคยเป็นศิลปินในงานเปิดตัวหนังสือการเมืองไทย ร่วมสมัยฉบับพิมพ์ครั้งแรก จนตอนนี้ได้มาเป็นศิลปินออกแบบงานอีกครั้ง โดยครั้งนั้นได้รับโจทย์ยาก ข้อมูลเยอะ ต้องวาดรูปเยอะมาก เพราะเป็นไฮไลต์ของบูธสำนักพิมพ์มติชนในครั้งนั้น แต่รอบนี้ ผ่อนคลายกว่า ซึ่งผลงานภาพวาดของตน เคยพูดถึงโปสเตอร์สมัยสงครามเย็น และการเมืองไทยในรูปแบบของการ์ตูนเล่มละบาท งานครั้งนี้จึงอยากต่อยอด เปลี่ยนจากการ์ตูนเป็นภาพยนตร์ โดยเล่นกับความทรงจำย้อนไปในสมัยยุค 60-70

ตะวันกล่าวว่า ทุกวันนี้ดูข่าวก็เหมือนละครจนสับสนว่าอะไรจริงไม่จริง ทุกสิ่งซ้อนทับกันอยู่ เราก็เห็นในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นดังนั้น แนวคิดการจัดงานครั้งนี้ตัวเองจึงมีความชอบเป็นการส่วนตัว จะโยงทุกอย่างที่ตัวเองอยากทำ มีความครบรสเหมือนอาหารไทย เป็นหนังบู๊ ดราม่า ตลก แต่จะเน้นความบู๊เพราะเข้ากับสถานการณ์ช่วงนี้

ศิลปินคนดังเปิดใจต่อว่า ที่ผ่านมาตนจะทำผลงานภาพเขียนสีน้ำลงบนกระดาษ รอบนี้จะเป็นสีอะครีลิกบนผ้าใบ สอดรับกับโปสเตอร์ภาพยนตร์ที่ใช้สีน้ำมัน ส่วนตัวเชื่อว่า ผู้คนจะตีความภาพวาดไม่ยากเลย เพราะใกล้เคียงกับความทรงจำที่เคยไปรับชมภาพยนตร์ในโรงหนัง ชั้นสอง ที่ภาพโปสเตอร์ดูมีรสชาติ ทำให้นึกถึงอะไรเก่าๆ ตนตั้งใจ จะไม่วาดให้ดี เพราะช่างสมัยก่อนที่ใช้มือทำทั้งหมด ไม่ได้ใช้เครื่องมืออิงก์เจ็ต ต่างจากโรงหนังชั้นหนึ่งในยุคเดียวกัน

“การเมืองกับศิลปะเกี่ยวพันกันมานาน แต่ขึ้นอยู่กับตัวศิลปินว่าจะพูดถึงมันขนาดไหน บางคนไม่ทำเลย บางคนก็ทำแต่เรื่องนี้ บางคนก็ทำบ้างไม่ทำบ้าง หากเทียบประเภทหนังกับการเมืองไทยปัจจุบัน น่าจะเป็นแนวทริลเลอร์ซับซ้อนและมีเรื่องเซอร์ไพรส์ แต่ทุกวันนี้หนังเปลี่ยนไปเยอะ เพราะถูกผลิตน้อยลง คนดูหนังโรงน้อยลง ทุนการสร้างก็น้อยลง แม้แต่ในระบบสตรีมมิ่ง ส่วนเนื้อหาการพูด ก็เปลี่ยนไปตามยุค อย่างทุกวันนี้หนังเกี่ยวกับภาคอีสานมีเยอะมาก เพราะคิดว่าคนอีสานยังชอบเข้าโรงหนังไปดู ขณะเดียวกัน เมื่อก่อน มีวัฒนธรรมการวิจารณ์อย่างเข้มข้น ทั้งงานศิลปะ งานเขียนต่างๆ ขณะที่ยุคนี้มีแต่การรีวิว” ตะวันกล่าว

เมื่อถามว่าการเมืองมีอิทธิพลเหนืองานศิลปะ ส่งผลต่ออิสระในการนำเสนอของศิลปินเพียงใด ตะวันกล่าวว่า ทุกอย่างมีขีดจำกัดในตัวเอง ประเทศไหนจะทำอะไรก็ได้ พูดอะไรก็ได้แต่ที่ไทยอาจมีข้อจำกัดเยอะ ยุค 14 ตุลา, 6 ตุลา ก็มีคนทำงานเช่นนั้นเยอะ ศิลปะมีหลายวิธี ตรงไปตรงมาเกินไปก็มีผลกลับมา อย่างตัวเองก็ใช้กลวิธีอ้อมๆ แต่ละคนมีวิธีสังเคราะห์ข้อมูลไม่เหมือนกัน แต่ทุกวันนี้โลกถึงกันหมด ก็มีตัวอย่างที่จะส่งอิทธิพลถึงศิลปินอื่นๆ แต่ก็ต้องดูบริบท เราอาจทำที่นี่ไม่ได้ แต่ทำที่อื่นได้ เช่นเดียวกันว่าเราอาจทำที่นี่ได้ แต่ทำที่อื่นไม่ได้

“สุดท้ายนี้อยากฝากถึงผู้อ่านที่จะเดินทางมาร่วมงานว่า อยากให้มาแล้วรู้สึกสนุก เหมือนไปโรงหนัง ซึ่งอาจจะมีรูปเพนต์ของจริงไปไว้ที่บูธด้วย” ตะวันกล่าวทิ้งท้าย

เตรียมพบกับบูธหนังสือของสำนักพิมพ์มติชน ในงาน “มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 28” ระหว่างวันที่ 12-23 ต.ค.นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน