บีบีซีรายงานวันที่ 23 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกา เตรียมส่งขีปนาวุธพิสัยไกลขั้นสูงให้ยูเครนเพื่อนำไปใช้ต่อต้านการรุกรานของรัสเซีย สื่อสหรัฐหลายสำนักอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่รัฐบาลที่คุ้นเคยกับกรณีดังกล่าวว่ายูเครนจะได้รับระบบขีปนาวุธทางยุทธวิธีของกองทัพ (ATACMS) ที่มีพิสัยการยิงได้ไกลถึง 300 กิโลเมตร และสิ่งนี้จะทำให้ยูเครนสามารถโจมตีเป้าหมายรัสเซียที่อยู่หลังแนวรบแถวหน้าได้
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากยูเครนยิงขีปนาวุธโจมตีสำนักงานใหญ่ของกองเรือทะเลดำของกองทัพรัสเซียในพื้นที่เขตปกครองตนเองไครเมียเมื่อวันศุกร์ที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา ด้านแหล่งข่าวทางทหารของยูเครนระบุว่า การโจมตีท่าเรือเซวัสโตปอลของรัสเซียดำเนินการโดยใช้ขีปนาวุธรุ่นสตอร์ม ชาโดว์ กับพิสัยยิงได้ไกลกว่า 250 กิโลเมตร ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอังกฤษและฝรั่งเศส การโจมตีดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความสำคัญว่าอาวุธจากชาติ ตะวันตกมีบทบาทอย่างมากต่อยูเครน
เอ็นบีซีนิวส์และวอลล์สตรีตเจอร์นัลรายงานคำกล่าวของเจ้าหน้าที่สหรัฐว่า ประธานาธิบดีไบเดนบอกกับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ระหว่างพบปะหารือที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 ก.ย. ว่าจะได้รับระบบขีปนาวุธทางยุทธวิธี “จำนวนเล็กน้อย” โดยเสริมว่าอาวุธจะถูกส่งไปในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ขณะเดียวกันหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์อ้างจากแหล่งข่าวหลายคนที่คุ้นเคยกับการสนทนานี้ว่ายูเครนจะได้รับระบบขีปนาวุธทางยุทธวิธีที่ติดตั้งด้วยคลัสเตอร์บอมบ์หรืออีกชื่อคือระเบิดลูกปรายหรือระเบิดพวงแทนที่จะเป็นหัวรบเดี่ยว ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวหลังการเจรจากับนายเซเลนสกีว่าจะให้ความช่วยเหลือทางทหารรอบใหม่มูลค่าเกือบ 11,700 ล้านบาท รวมถึงรถถังเอ็ม 1 เอบรามส์จะถึงยูเครนในสัปดาห์หน้า