แม้เป็นเรื่องที่คาดหมายกันอยู่แล้วว่า นายชัยธวัช ตุลาธน จะได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกลคนใหม่
แต่การก้าวมาแทน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่มีภาพลักษณ์โดดเด่น
ทำให้ถูกจับตาว่าก้าวย่างจากนี้ของพรรคก้าวไกลจะเหมือนหรือต่างออกไปอย่างไร
นายสุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดี ม.รามคำแหง กล่าวว่า การเปลี่ยนหัวหน้าพรรคก้าวไกลเป็นการเปลี่ยนชั่วคราว และ เท่าที่ดูรู้สึกว่านายชัยธวัชก็ทำงานร่วมกับนายพิธามาตลอด ดังนั้นเปลี่ยนคนคงไม่ถึงกับเปลี่ยนวิธีการหรือเปลี่ยนอุดมการณ์ คงเปลี่ยนเพื่อให้การเมืองเดินหน้าไปได้เพราะตอนนี้ยังขาดผู้นำฝ่ายค้านในสภา
ส่วนบุคลิกของนายชัยธวัชอาจไม่เด่นเท่านายพิธา แต่ในฐานะที่นายชัยธวัชซึ่งเป็นเลขาธิการพรรคก่อนหน้านี้ เขาก็คม พูดง่ายๆ คือพูดจาตอบโต้ในแบบพรรคก้าวไกล เช่นเดียวกับแต่ละคนที่ออกหน้าอยู่ และนาย ชัยธวัชก็เป็นหลักในการตอบโต้อยู่แล้ว
ส่วนเมื่อขึ้นมาเป็นผู้นำฝ่ายค้านแล้วจะได้รับความสนใจจากสาธารณชนแค่ไหนนั้น ส่วนตัวคิดว่าเขาได้รับความสนใจอยู่แล้วเพราะเป็นตำแหน่งหนึ่งเดียว เพียงแต่จะทำอย่างไรให้พูดแล้วเป็นข่าว ไม่ใช่แค่ตอบโต้เพื่อมัน หรือเพียงเพื่อให้ได้ตอบโต้เท่านั้น ซึ่งคิดว่าด้วยลักษณะนายชัยธวัชทำได้อยู่แล้ว
บุคลิกเขาเป็นเสี่ยอย่างนี้ดีแล้ว ไม่ต้องปรับอะไร เพราะบุคลิกพระเอกนายพิธานำมาแล้ว หากพิมพ์เดียวกันก็อาจมีการไปวัดว่าใครเป็นพระเอกเหนือกว่ากัน
และการรับหน้าที่หัวหน้าพรรคก้าวไกลและผู้นำฝ่ายค้านในสถานการณ์การเมืองขณะนี้ก็เชื่อว่านายชัยธวัชสู้ได้ เพราะที่ผ่านมาดูฝีปาก รวมทั้งหลักการสู้ได้ และคิดว่าแฟนคลับส้มรับได้ รวมทั้งประชาชนด้วย
เพราะนายชัยธวัชไม่มีลักษณะก้าวร้าว รุนแรง ค่อนข้างจะนิ่มนวลกว่านายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ เมื่อดูบุคลิกของนายชัยธวัชแล้วเชื่อว่าไม่ทำให้พรรคก้าวไกลเสียหาย
สำหรับภารกิจเร่งด่วนในการเป็นผู้นำฝ่ายค้านของพรรคก้าวไกล อย่างที่เขาบอกวันนี้ฝ่ายค้านยังไม่มีหลัก ไม่มีกระบวนการอะไรเลย จึงต้องเริ่มเรียกประชุมพรรคที่ไม่ได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหลาย อย่างน้อยที่สุดประธานวิปฝ่ายค้าน คณะกรรมการวิปฝ่ายค้านก็ต้องมี จากนี้จะได้ชัดเจนว่ามีพรรคไหนบ้าง และการทำงานของฝ่ายค้านก็ไม่ยากเพราะผลประโยชน์มันน้อย รวมกันไม่ยาก
นางพวงทอง ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จุฬาฯ กล่าวว่า บทบาทของพรรคก้าวไกลไม่น่าเปลี่ยน นายชัยธวัชมีบทบาทใน พรรคมานับตั้งแต่ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ จนถึงปัจจุบัน ใครก็เห็นว่าเป็นคนทำงานหลัก
นายพิธาก็ยังอยู่ในพรรคก้าวไกล ในฐานะประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และจากรายชื่อกรรมการบริหารพรรคก็เป็นบุคคลที่ทำงานอยู่ในพรรคมานานและทำตลอดมา ขณะที่คนที่ไม่ได้มีชื่อเป็นกก.บห.พรรค ก็อาจมีบทบาทอยู่
ขณะที่การขับเคลื่อนในฐานะฝ่ายค้านไม่คิดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเพราะก้าวไกลทำงานฝ่ายค้านมาตลอดตั้งแต่ก่อตั้งพรรค และจะทำหน้าที่นี้ต่อไปอย่างแข็งขัน โดยเฉพาะเวลานี้มีสส.มากขึ้น มีพื้นที่ในการอภิปรายมากขึ้น เมื่อจะเข้าไปทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านจะยิ่งทำให้เขาแสดงบทบาทได้เต็มที่

บุคลิกของนายชัยธวัชที่ดูนิ่ง ไม่รู้สึกว่าเป็นปัญหา อาจดีเสียอีกที่มีผู้นำที่มีบุคลิกที่ค่อนข้างเย็น ขณะที่คนอื่นก็แสดงบทบาทอื่นที่แหลมคม เร่าร้อน ดุดัน จะเห็นว่าพรรคนี้ไม่ได้แสดงบทบาทเพียงคนเดียว แต่หลายคนมีเสียงและมีบทบาทที่ทำงานสนับสนุนกันทั้งในสภาและนอกสภา
ที่ผ่านมานายชัยธวัชก็เล่นบทบุ๋นมาตลอด ตั้งแต่เป็นเลขาธิการพรรค และมีนายพิธาเป็นตัวดึงดูดให้มีคนมาเป็นโหวตเตอร์มากยิ่งขึ้น เมื่อปรับเปลี่ยนเป็นเพียงการเปลี่ยนตำแหน่งเท่านั้น นายพิธาก็ไม่ได้หายไปและจะยังรักษาฐานเสียงให้พรรคได้มากขึ้น และหลายเรื่องยังแสดงบทบาทได้ดีอยู่
คิดว่าในระยะต่อไปนายพิธายังกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคได้อีกโดยต้องดูการตัดสินของศาลซึ่งเวลานี้ยัง ไม่ได้ตัดสิน และยังไม่มีความชัดเจนว่าจะตัดสินเมื่อไร
บทบาทการตรวจสอบรัฐบาลในฐานะฝ่ายค้านของพรรคก้าวไกลทำอย่างเข้มแข็งมาตลอด การตรวจสอบที่ผ่านมาสส.แต่ละคนทำงานหนักและพร้อมทำ และระบบภายในพรรคในฐานะฝ่ายค้านค่อนข้างเข้มแข็งและมีแนวโน้มเข้มแข็งมากขึ้น เพราะมีสส.เข้าไปตรวจสอบมากขึ้น
หลังเลือกตั้งความนิยมของพรรคก้าวไกลไม่ได้ถดถอย การไม่ได้เป็นรัฐบาลไม่ได้แปลว่าฐานเสียงลดลง การถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นเรื่องปกติโดยเฉพาะจากฐานเสียงของเพื่อไทย แต่ก้าวไกลมีสส.ถึง 151 คน ต้องทำงานหนักมากขึ้นเพื่อบาลานซ์ระหว่างการดูแลพื้นที่กับงานของส่วนกลางที่จะหนักขึ้น
และจะมีปัญหารุมเร้าจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้จะมากขึ้น เช่น คดีความต่างๆ การตัดสิทธิ์การเมือง การให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ หรือยุบพรรค พรรคก้าวไกลจะถูกเล่นงานจึงมีแต่การยึดมั่น ยืนยันซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ของก้าวไกลที่ผ่านมาคือยิ่งถูกรังแก ยิ่งต้องยืนยันหลักการที่ตัวเองทำเพื่อให้ประชาชนเป็นหลังพิงให้
นายสุเชาว์ มีหนองหว้า เลขานุการศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้าจังหวัดอุบลราชธานี อดีตคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มรภ.อุบลราชธานี กล่าวว่า บทบาทของพรรคก้าวไกลภายใต้การนำของนายชัยธวัช เมื่อเทียบกับการนำของนายพิธา ที่มองว่ายังเหมือนคือจุดยืนและอุดมการณ์ทางประชาธิปไตย การกำหนดทิศทางไม่แตกต่างกัน
แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือบุคลิกของนายชัยธวัช ที่เป็นคนนุ่มนวล พูดน้อย แต่ความสุขุมนุ่มลึกคงไม่ต่างจาก นายพิธา ด้วยเส้นทางอุดมการณ์ของทั้งสองที่เป็นนักกิจกรรมตั้งแต่สมัยเรียนได้สั่งสมประสบการณ์งานวิชาการและงานกิจกรรม และการแสดงออกที่ทำให้เกิดการก่อตั้งพรรคที่มีอุดมการณ์เดียวกัน
ส่วนบุคลิกของนายชัยธวัชที่ดูไม่หวือหวา การขับเคลื่อนงานโดยเฉพาะผู้นำฝ่ายค้านจะได้รับความสนใจต่อสาธารณะแค่ไหนนั้น นายพิธาโดดเด่นเรื่องบุคลิกภาพ สามารถสื่อสารกับสื่อมวลชนได้ดี เนื่องจากมีจริตของความเป็นคนรุ่นใหม่ ในส่วนนี้อาจสื่อสารได้ดีกว่านายชัยธวัช
แต่โดยภาพรวมคงไม่ต่างกัน เพราะสิ่งที่เป็นจุดเด่นของพรรคก้าวไกลไม่ใช่ตัวบุคคลแต่เป็นผลงานและบทบาททางการเมือง จากบทบาทการทำงานในฐานะฝ่ายค้านที่ผ่านมาถือว่าทำงานได้อย่างมีคุณภาพ โดดเด่นกว่าฝ่ายค้านที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง
พรรคก้าวไกลได้แสดงความเป็นพรรคคนรุ่นใหม่ที่ชัดเจน และมีองค์ความรู้รวมถึงแสดงหาข้อมูลในการตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายรัฐบาล ไม่ยึดติดกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เหมือนพรรคการเมืองสมัยก่อนที่ยึดกับการใช้หัวหน้าพรรคเป็นคนนำพรรคในการดึงคะแนนเสียง เป็นความแตกต่างที่เห็นได้ ชัดระหว่างพรรคการเมืองเก่าและพรรคการเมืองใหม่
และคิดว่านายชัยธวัช เหมาะสมกับผู้นำฝ่ายค้านในสถานการณ์การเมืองตอนนี้ เพราะที่ผ่านมาพรรคก้าวไกลมีลักษณะที่ฝั่งอนุรักษนิยมมองว่ารุนแรง ก้าวร้าว กล้าชน แต่นั่นเป็นบุคลิกของคนรุนใหม่
แต่บุคลิกของนายชัยธวัชดูนิ่มนวล ประนีประนอม แต่ข้างในมีองค์ความรู้ รวมถึงอาจคณะที่ปรึกษาที่จะนำเสนอต่อสื่อสาธารณะ ซึ่งจะเป็นบุคลิกของผู้นำอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งไม่ได้เป็นข้อด้อยที่จะลดทอนเรื่องความเชื่อมั่น เชื่อถือต่อพรรค
ภารกิจเร่งด่วนที่นายชัยธวัชต้องทำทั้งในส่วนพรรคก้าวไกลและการนำฝ่ายค้านในสภานั้น พรรคก้าวไกลต้องพูดคุยกันภายในเพื่อกำหนดทิศทาง ความมุ่งหวัง และอุดมการณ์ แม้จะได้คะแนนเสียงอย่างท่วมท้นจากการเลือกตั้งที่ผ่านมาแต่ทำไมเริ่มมีแรงเสียดทานเยอะพอสมควร
และหลังการแบ่งเก้าอี้กรรมาธิการพรรคก้าวไกลต้องรีบทำการบ้านเพื่อตรวจสอบรัฐบาลที่ตอนนี้พยายามกู้คะแนนเสียงและความเชื่อมั่นบางเรื่องอยู่ รวมถึงตรวจสอบนโยบายประชานิยมที่รัฐบาลประกาศจะผล กระทบต่อภาพรวมและประชาชนอย่างไร