ศาลาว่าการกทม. – เมื่อวันที่ 25 ก.ย. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวภายหลังลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการสนับสนุนการปฏิบัติงานเพื่อการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียระหว่างกรุงเทพมหานคร (กทม.) กับการประปานครหลวง (กปน.) โดยมีนายมานิต ปานเอม ผู้ว่าการการกปน. ร่วมลงนาม
นายชัชชาติกล่าวว่า การเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียครั้งนี้ไม่ได้รบกวนประชาชน แต่เป็นการเก็บจากผู้ประกอบการที่มีขนาดใหญ่ โดยคิดคำนวณจากน้ำดีที่ใช้ประมาณ 80% ที่นำมาคำนวณ โดยได้รับการสนับสนุนข้อมูลน้ำมาจากกปน. ขอฝากถึงประชาชนไม่ต้องกังวล เพราะการจัดเก็บจากที่พักอาศัยของประชาชนยังไม่มีอยู่ในแผน เฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ที่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ระยะแรกคาดว่า จะจัดเก็บได้ประมาณ 200 ล้านบาท ยังมีส่วนต่างอยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม หัวใจคือ PPP หรือ Polluters Pay Principle ผู้สร้างมลภาวะต้องเป็นผู้จ่าย เพื่อให้เกิดความยุติธรรม ไม่ให้เกิดนำภาษีของประชาชนส่วนรวม มาจ่าย และเป็นการกระตุ้นให้คนใช้น้ำน้อยลง
ปัจจุบันมีการใช้น้ำอยู่ประมาณ 2 ล้านลบ.ม.ต่อวัน ขณะที่ โรงบำบัดน้ำเสียของกทม.ที่มีอยู่ทั้ง 8 แห่ง ซึ่งที่ผ่านมากทม.ไม่ได้ จัดเก็บค่าบำบัดน้ำเสีย แต่มีค่าใช้จ่ายจากการดำเนินการถึงปีละ 800 ล้านบาท ขีดความสามารถในการบำบัดคือ 1.2 ล้านลบ.ม.ต่อวัน แต่ยังไม่ครอบคลุมทั้ง 100% ทำได้เพียง 37%
ด้านนายมานิตกล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้กปน.พร้อมสนับสนุน ข้อมูลให้กับกทม.เพื่อให้นำไปใช้ให้เป็นประโยชน์กับการจัดเก็บ ค่าบำบัดน้ำเสีย ซึ่งอนาคตอาจมีความร่วมมืออื่นๆ เพิ่มเติมอีก
นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า คาดว่าจะเริ่มจัดเก็บค่าบำบัดน้ำเสียได้ในต้นปีหน้า โดยอยู่ระหว่างการร่างกฎหมาย ซึ่งการจัดเก็บแยกเป็น 2 กลุ่มคือ สถานประกอบการ (ประเภทที่ 2) ที่ใช้น้ำจำนวนไม่เกิน 2,000 ลบ.ม. เก็บในอัตรา 4 บาทต่อลบ.ม. แต่สถานประกอบการ โรงงานขนาดใหญ่ (ประเภทที่ 3) ที่ใช้น้ำเกิน 2,000 ลบ.ม. เก็บ 8 บาทต่อลบ.ม.
สำหรับพื้นที่บริการ จัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย 8 แห่ง ได้แก่ สี่พระยา รัตนโกสินทร์ ช่องนนทรี หนองแขม ทุ่งครุ ดินแดง จตุจักร และศูนย์การศึกษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม บางซื่อ กทม. ครอบคลุมพื้นที่ 22 เขตการปกครอง ได้แก่ เขตพระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ บางรัก สาทร บางคอแหลม ยานนาวา ดินแดง ราชเทวี พญาไท ปทุมวัน บางซื่อ จตุจักร ห้วยขวาง หลักสี่ หนองแขม บางแค ภาษีเจริญ ดุสิต ทุ่งครุ จอมทอง ราษฎร์บูรณะ และหลักสี่
ส่วนการคิดค่าบริการ คิดปริมาณน้ำเสียที่ร้อยละ 80 ของปริมาณการใช้น้ำคูณด้วยอัตราค่าธรรมเนียมตามประเภทในอัตรา ดังนี้
1.แหล่งกำเนิดน้ำเสียประเภทที่ 2 อัตราไม่เกิน 4 บาทต่อลบ.ม. ได้แก่ หน่วยงานของรัฐหรืออาคารที่ทำการของเอกชนหรือองค์กร ระหว่างประเทศ, มูลนิธิ ศาสนสถาน สถานสาธารณกุศล, โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล, โรงเรียนหรือสถานศึกษา และสถานประกอบการ ที่มีการใช้น้ำเฉลี่ยย้อนหลังหนึ่งปีก่อนการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียไม่เกิน 2,000 ลบ.ม.ต่อเดือน
และ 2.แหล่งกำเนิดน้ำเสียประเภทที่ 3 อัตราไม่เกิน 8 บาทต่อลบ.ม. ได้แก่ โรงแรม โรงงาน สถานประกอบการ ที่มีการใช้น้ำเฉลี่ยย้อนหลังหนึ่งปีก่อนการจัดเก็บค่าธรรมเนียมฯ เกินกว่า 2,000 ลบ.ม.