กทม. – เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานเปิดงานเสียงจากคนพิการเส้นเลือดฝอยกรุงเทพมหานคร โดยนาย ศานนท์กล่าวว่า งานวันนี้เป็นครั้งแรกที่เปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคมมีส่วนร่วม โดยเฉพาะคนพิการ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน การรับฟังข้อเสนอของกลุ่มผู้พิการในวันนี้ จะนำไปสู่นโยบายของกทม.ต่อไป

นายศานนท์กล่าวว่า ปัจจุบัน กทม.มีนโยบายสำหรับคนพิการ ประกอบด้วย 1.การจ้างงาน ปัจจุบันกทม.จ้างคนพิการกว่า 400 คน ถือเป็นหนึ่งหน่วยงานรัฐที่มีการจ้างงานผู้พิการจำนวนมาก ประกอบด้วย และการทำงานภายในสำนักงานเขต และการทำงานที่บ้าน ทำหน้าที่ตอบคำถาม (แอดมิน) ผ่านช่องทางออนไลน์ให้สำนักงานเขตและระบบทราฟฟี่ ฟองดูว์ เนื่องจากคนพิการบางส่วนเดินทางไม่ได้ โดยภายในปี 2566 จะขยายการทำงานลักษณะนี้ให้ครบ 50 เขต 2.การสร้างอาชีพคนพิการ เน้นการพัฒนาผู้พิการเพื่อผลิตสินค้าคุณภาพ ไม่ต้องการซื้อขายด้วยความสงสาร 3.เรื่องโครงสร้างดี/ทางเดินดี กทม.อยู่ระหว่างปรับปรุงทางเท้าเพื่ออำนวยความสะดวกแก่คนพิการและคนทั่วไป และ4.ส่งเสริมงานศิลปะ เนื่องจากคนพิการมีศักยภาพด้านนี้สูง แต่ขาดเวทีในการแสดงผลงาน อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายมิติที่ต้องทำ เพราะกรุงเทพมหานครมีความหลากหลาย ขอให้ทุกฝ่ายมาช่วยกันพัฒนา

ในปี 2567 จะเน้นนโยบายด้านเรียนดีสำหรับผู้พิการ เนื่องจากกทม.ยังขาดครูสอนเด็กพิเศษครบทุกโรงเรียน ได้สั่งการให้สำนักการศึกษาจัดอบรมครูทั้ง 157 โรงเรียนที่มีผู้พิการศึกษาอยู่กว่า 4,000 คน เพื่อให้ครูทั้งโรงเรียนสามารถเป็นครูการศึกษาพิเศษได้โดยไม่ต้องแยกส่วน รวมถึงการผลักดันการจัดตั้งศูนย์ประสานงานคนพิการ เขตละ 1 ศูนย์ ทั้ง 50 เขต ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ มีเป้าหมายค้นหาผู้พิการแต่ละเขต เชื่อว่าในกทม.ยังมีผู้พิการมากกว่า 100,000 คน ที่ยังสำรวจไม่พบ เพื่อนำเข้าระบบการศึกษาขั้นต้นและส่งต่อในระดับต่อไปจนถึงอาชีพการทำงาน นายศานนท์กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้พิการลงทะเบียนทำบัตรแล้ว 120,000 คน โดยทำบัตรผู้พิการได้ที่โรงพยาบาลสังกัดกทม. ไม่ต้องไปหลายที่เหมือนที่ผ่านมา กทม.ต้องการให้ผู้พิการลงทะเบียนทำบัตรให้มากที่สุด เพื่อนำเข้าระบบสวัสดิการต่างๆ ของรัฐและเอกชน

“มีการคาดการณ์ว่า กทม.น่าจะมีผู้พิการถึง 560,000 คน หรือประมาณร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด 5,494,932 คน ตามทะเบียนราษฎร ดังนั้น ผู้พิการจึงเป็นอีกมิติหนึ่งที่กทม.ให้ความสำคัญ และต้องการให้มีส่วนร่วมมากที่สุด” นายศานนท์กล่าว

นายศานนท์กล่าวอีกว่า ผู้ที่รู้ดีที่สุดว่าคนพิการต้องการอะไรคือคนพิการเอง กทม.จึงต้องการการมีส่วนร่วมจากคนพิการในการออกแบบนโยบาย โดยการรับฟังข้อเสนอ ความคิดเห็น เช่น ทางเท้าจุดใดควรปรับปรุงมากที่สุดอันดับแรก เพื่อให้กทม.พัฒนาตรงจุดตามลำดับความสำคัญมากกว่าที่ผ่านมา ช่วยให้การใช้งบประมาณมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การเพิ่มแผ่นทางเท้าสำหรับผู้พิการทางสายตา (Braille Block) ทำทางลาด การสร้างลิฟต์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน