กนง.ขึ้นดอกเบี้ยต่ออีก 0.25% เป็น 2.5% รับลูกปีหน้ามาตรการดิจิทัลวอลเล็ตดันเศรษฐกิจโต 4.4% ขณะที่ปีนี้คาด จีดีพีดิ่งเหวโต 2.8%
นายปิติ ดิษยทัต เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า ที่ประชุม กนง.มีมติเอกฉันท์ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 2.25% เป็น 2.50% ต่อปี โดยให้มีผลทันที เนื่องจากเศรษฐกิจไทยอยู่ในทิศทางฟื้นตัว แม้จะขยายตัวชะลอลงในปีนี้จากอุปสงค์ต่างประเทศ โดยประเมินว่าบริบทเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวกลับเข้าสู่ระดับศักยภาพ นโยบายการเงินควรดูแลให้เงินเฟ้ออยู่ในกรอบเป้าหมายอย่างยั่งยืน เสริมเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินในระยะยาว รวมทั้งรักษาขีดความสามารถของนโยบายการเงินรองรับความไม่แน่นอนในระยะข้างหน้า
ทั้งนี้การทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ
“ระยะสั้นหากภาพเศรษฐกิจไม่เปลี่ยน ก็คาดว่าอัตราดอกเบี้ยที่ระดับปัจจุบันเหมาะสมอยู่ สอดคล้องกับศักยภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจในระยะยาว โดยระยะสั้นต้องคำนึงถึง 3 ปัจจัย คือ 1.ต้องแน่ใจว่าเศรษฐกิจจะเติบโตได้ในระดับศักยภาพ 2.เงินเฟ้อกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมาย และ 3.ระบบการเงินโดยรวมยังทำงานได้ดีไม่มีปัญหา แต่ความไม่แน่นอนก็ค่อนข้างเยอะ ทั้งเศรษฐกิจต่างประเทศที่ชะลอตัว จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่จะเข้ามามากหรือน้อยแค่ไหน มาตรการภาครัฐที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะเริ่มเมื่อไหร่ ขนาดเท่าไหร่ และรูปแบบเป็นอย่างไร”
นอกจากนี้ ยังปรับลดคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปี 2566 ลงเหลือ 2.8% จากคาดการณ์เดิม 3.6% จากการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงจากการส่งออกสินค้าและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด ขณะที่ปี 2567 คาดว่าจะขยายตัว 4.4% จากเดิมที่คาดไว้โต 3.8% จากการบริโภคภาคเอกชนภายใต้บริบทที่ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง การส่งออกสินค้ากลับมาขยายตัว และแรงส่งเพิ่มเติมจากนโยบายรัฐ เช่น มาตรการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท วงเงิน 5.6 แสนล้านบาท ที่คาดว่าจะช่วยส่งผลต่อเศรษฐกิจให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ 0.3-0.6 เท่า ทำให้จีดีพีโตอย่างน้อย 4% แน่นอน