ความหลอนแบบขั้นสุดจะกลับมา อีกครั้ง!! เมื่อ 50 ปีก่อน ภาพยนตร์สยองขวัญที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดได้เข้าฉายสร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้ชมทั่วโลก ตอนนี้ตำนานความสยองบทใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นใน The Exorcist : Believer (หมอผี เอ็กซอร์ซิสต์ : ผู้ศรัทธา) ผลงานจากบลัมเฮาส์ และผู้กำกับฯ เดวิด กอร์ดอน กรีน ผู้สร้างความสั่นสะเทือนด้วยการคืนชีพให้กับแฟรนไชส์ Halloween

นับตั้งแต่การเสียชีวิตของภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ของเขาในเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเฮติ เมื่อ 13 ปีที่แล้ว วิกเตอร์ ฟิลดิ้ง (เลสลีย์ โอดอม จูเนียร์) ก็ได้เลี้ยงดู แอนเจลา (ลิเดีย จีเว็ตต์) ลูกสาวของพวกเขา ขึ้นมาตามลำพัง แต่เมื่อแอนเจลา และ แคเธอรีน (โอลิเวีย โอ’ นีลล์) เพื่อนของเธอ ได้หายตัวไปในป่า ก่อนที่จะกลับออกมาในอีกสามวันให้หลัง โดยปราศจากความทรงจำว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเธอ มันก็นำไปสู่เหตุการณ์ต่างๆ ที่จะบีบให้วิกเตอร์ต้อง เผชิญหน้ากับผีที่ชั่วร้ายที่สุด ด้วยความสิ้นหวังและหวาดกลัว เขาก็ได้ตามหาคนคนเดียวที่ยังคงมีชีวิตอยู่ ผู้เคยพบเห็นเหตุการณ์แบบนี้ มาก่อนหน้า คริส แม็กนีล (เอลเลน เบอร์สทิน)

เลสลีย์ โอดอม, จูเนียร์ ผู้เป็นที่รู้จักจากผลงานที่ทำให้เขาได้รับรางวัลโทนี อวอร์ด ใน Hamilton และภาพยนตร์อย่าง One Night in Miami และ Harriet ได้รับเลือกให้รับบท วิกเตอร์ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าการแสดงบทนี้เป็นโอกาสทองในชีวิต

“ผมเป็นหนึ่งในแฟนที่เหนียวหนึบที่สุดเท่าที่คุณจะได้พบของ Exorcist ครับ มันเป็นเพราะความเฉพาะเจาะจงของความสัมพันธ์ ใน The Exorcist ทั้งความจริง ความเป็นมนุษย์และความสิ้นหวัง ที่นักแสดงเหล่านั้นนำมา ตอนที่ผมได้ยินว่า เดวิด กอร์ดอน กรีน สร้างหนังเรื่องนี้ ผมอีเมล์หาเอเจนต์ของผมว่านี่เป็นโปรเจ็กต์ในฝัน เจ็ดหรือแปดเดือนให้หลัง ผมก็ได้รับโทรศัพท์ให้ร่วมเดินทางกับเดวิดในการผจญภัยครั้งนี้ ผมรู้สึกเหมือนว่าตัวเองชนะการแข่งขันของ แฟนหนัง ผมอยากจะทำให้แน่ใจว่าอารมณ์ที่นักแสดงได้ถ่ายทอดออกมาในหนังต้นฉบับจะปรากฏชัดในหนังของเราด้วยเหมือนกัน”

นอกจากนี้ โอดอม ยังประทับใจกับการแสดงของ เอลเลน เบอร์สทิน ในภาพยนตร์ปี 1973 เป็นพิเศษ โดยเขาได้บอกว่า “ผมเป็นวัยรุ่นอยู่ตอนที่ผมได้ดู The Exorcist ครั้งแรกและผมก็ตะลึงมากๆ กับผลงานของเอลเลน มันมีเสน่ห์ตรงความเป็นมนุษย์และความ ตรงไปตรงมา ผมประหม่าที่ได้ร่วมงานกับเธอ แต่ในนาทีแรกที่เราได้พบกัน เธอก็สวมกอดผมเพื่อต้อนรับผม แล้วเราก็เตรียมตัวและ เริ่มถามคำถามและสอบถามเกี่ยวกับเรื่องราว เธอให้ของขวัญที่ยิ่งใหญ่กับเราด้วยตัวตนของเธอและการยอมรับของเธอครับ”

ด้านนักอาวุโส เอลเลน เบอร์สทิน เจ้าของรางวัลมากมายไม่ว่าจะเป็นออสการ์ หรือ ลูกโลกทองคำ ก็ทึ่งในตัว โอดอม ไม่แพ้กัน “ฉันตกหลุมรักโอดอม เรามีความแตกต่างกันด้านอายุที่อาจจะทำให้ความหวังเป็นไปไม่ได้ แต่ฉันก็ตกอยู่ในห้วงรักค่ะ เขาเป็นนักแสดง ศิลปินและมนุษย์ที่วิเศษสุด ฉันทุ่มเทให้กับเขา 100% ในทุกระดับ ไม่มีประสบการณ์ไหนในชีวิตฉันที่จะรุ่มรวยไปกว่าการใช้ความคิดสร้างสรรค์และการได้ร่วมงานกับคนที่เป็นเหมือนกัน ฉันกับเขาทำงานนี้ร่วมกัน เราเป็นเพื่อนเล่นที่ดีต่อกัน และสนุกไปกับเรื่องราวที่ยากลำบากมากๆ นี้ค่ะ”

และนี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ภาพยนตร์ในปี 1973 ที่ เอลเลน เบอร์สทิน ได้กลับมารับบทที่ โด่งดังของเธออย่าง คริส แม็กนีล ผู้เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาลจาก สิ่งที่เกิดขึ้นกับ เรแกน (ลินดา แบลร์) ลูกสาวของเธอ เมื่อ 50 ปีก่อน

นับตั้งแต่เหตุการณ์ในภาคแรก คริส ได้อุทิศชีวิตของเธอไปกับการช่วยเหลือคนอื่นๆ ให้เข้าใจปรากฏการณ์การสิงร่าง โดยเฉพาะพ่อแม่คนอื่นๆ ที่ต้องพบเจอกับความทุกข์ทรมานที่เกิดจากสิ่งที่ไร้คำอธิบาย ตอนนี้ คริส เป็นนักเขียนผู้ประสบความสำเร็จ เธอเริ่มต้นงานนี้ด้วยความรักที่มีต่อลูกสาวของเธอ และเธอก็เข้าสู่วงโคจรของวิกเตอร์ผ่านทางการแนะนำงานเขียนของเธอโดยแอน (แอน ดาวด์) เพื่อนบ้านของวิกเตอร์

เบอร์สทิน เล่าต่อว่า “คริสใช้ชีวิตผ่านมา 50 ปีแล้ว และฉันก็คิดว่า เธอกลายเป็นใคร เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นกับเธอบ้างในช่วง 50 ปีนั้น และมันส่งผลกระทบต่อตัวเธอที่เป็นอยู่ตอนนี้อย่างไรบ้าง มันทำให้ฉันสนใจในเชิงสร้างสรรค์ ในชั่วเวลาใดเวลาหนึ่ง พวกเราเป็นผลรวมของทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเราและมันก็ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของบุคลิกของเรา มันเป็นความท้าทายที่น่าสำรวจค่ะ”

และในการนำพาผู้ชมเข้าสู่ใจกลางของความมืดมิด เดวิด กอร์ดอน กรีน และ คริสโตเฟอร์ เนลสัน ผู้ออกแบบสเปเชี่ยล เมกอัพ เอฟเฟ็กต์ เจ้าของรางวัลออสการ์ ได้กำหนดรายละเอียดของภาพยนตร์เรื่องนี้เพื่อที่เด็กสาวปีศาจจะได้ผ่านการแต่งหน้าที่แสดงถึงการถูกสิงร่างหลายขั้นตอนด้วยกัน นั่นคือขั้นที่ 1 ไปจนถึง 3 ซึ่งเดิมทีมี 4 ขั้น

“เราเรียกขั้นที่ 1 ว่า ซุกซน ตามด้วย น่าสะอิดสะเอียน และ น่ากลัว ครับ ขั้นที่ 4 คือ ไม่มีอีกแล้ว เพราะเราไม่ได้ถ่ายทำมันด้วยซ้ำ เราแต่งหน้าให้สาวๆ แล้วเราก็รู้สึกแบบว่า ไม่เอาดีกว่า แผนกแต่งหน้าต้องแต่งหน้า ให้นักแสดงนานหลายชั่วโมงในทุกเช้า”

กรีน อธิบายแต่ละขั้นให้ฟังว่า “ขั้น 1 หรือ ซุกซน สร้างความรู้สึกที่ว่าเด็กสาวพวกนี้ มีอะไรไม่ชอบมาพากล มันให้ความรู้สึก แปลกนิดๆ น่ะครับ มันอาจจะเป็นสีแดงที่ดวงตา รอยเกา ใบหน้าซีดเผือด หรือแนว ไรผมที่เลื่อนขึ้นไปเล็กน้อย ขั้น 2 หรือ น่าสะอิดสะเอียน ยกระดับความรุนแรงมากขึ้น พวกสาวๆ อาจจะกรีดตัวเอง เกาตัวเอง ดึงทึ้งผม พบลักษณะการติดเชื้อ และลักษณะทางกายของพวกเธอก็จะน่าสะอิดสะเอียน ขึ้นเล็กน้อยด้วย”

“ขั้น 3 หรือ น่ากลัว เป็นขั้นสุดท้าย พอถึงตอนจบของเรื่อง ตัวละครทั้งคู่ไม่ได้ อาบน้ำ ไม่ได้กินอาหารที่มีประโยชน์และอาละวาดอย่างรุนแรงมาสักระยะแล้ว ความหงุดหงิดทางกายที่สุดโต่งถูกแสดงออกมาในตัวของเด็กสาวพวกนี้ และตอนนั้นเองที่เราติดชิ้นส่วนเทียมอย่างเต็มที่ การแต่งหน้าเข้มข้นมากๆ และลักษณะต่างๆ ก็น่าสยดสยองครับ”

ชวนคนจิตแข็งไปร่วมพิสูจน์ความสยองใน The Exorcist : Believer (หมอผี เอ็กซอร์ซิสต์ : ผู้ศรัทธา) 5 ตุลาคม ในโรงภาพยนตร์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน