หนังสือ … ‘สมการความว่าง’
ผู้เขียน … วัชระ งามจิตรเจริญ
จัดพิมพ์โดย … สำนักพิมพ์ศยาม
ราคา … 190 บาท

ความจริงของโลกในฟิสิกส์ใหม่และพระพุทธศาสนา มีความละม้ายคล้ายคลึงกัน เมื่อนำส่วนที่คล้ายกันหรือเข้ากันได้มาเทียบเคียงกันหรือสนับสนุนกัน ก็ช่วยให้เข้าใจและเพิ่มน้ำหนักความเป็นไปได้ให้แก่กันและกัน

“สมการความว่าง” เล่มนี้ เป็นหนังสือที่ปรับปรุงมาจากงานวิจัยเรื่อง “พุทธศาสนากับฟิสิกส์ใหม่” ของ รศ.วัชระ งามจิตรเจริญ ซึ่งเป็นการสำรวจและวิเคราะห์ระบบความรู้ในวิชาฟิสิกส์ใหม่ และระบบคำสอนของพระพุทธศาสนา เพื่อตอบคำถามหลัก 3 ประการ คือ

(1) อะไรคือความจริงเกี่ยวกับธรรมชาติที่วิชาฟิสิกส์ใหม่เสนอ

(2) อะไรคือความจริงเกี่ยวกับธรรมชาติที่พุทธศาสนาเสนอ

และ (3) อะไรคือความเหมือนและความแตกต่างระหว่างความจริงในวิชาฟิสิกส์ใหม่กับความจริงในพุทธศาสนา

ผลจากความพยายามเพื่อตอบคำถาม 3 ประการดังกล่าว ทำให้เราพบว่า มีทฤษฎีในวิชาฟิสิกส์ใหม่อยู่ 2 ทฤษฎี ที่บรรยายภาพความจริงของธรรมชาติเอาไว้อย่างสอดคล้องกับภาพความจริงที่พระพุทธศาสนาบรรยาย

ทฤษฎีแรกชื่อ “ทฤษฎีสัมพัทธภาพ” ซึ่งเป็นผลงานค้นคว้าของไอน์สไตน์

อีกทฤษฎีหนึ่งชื่อ “ทฤษฎีควอนตัม” ซึ่งเป็นเรื่องของการศึกษาค้นคว้าองค์ประกอบของสสารในระดับอะตอมและอนุภาพที่เล็กกว่าอะตอม

ข้อเท็จจริงที่ถูกค้นพบ โดยทฤษฎีทั้งสองนี้ ทำให้วงการวิทยาศาสตร์ก่อนหน้านั้น (หมายถึงฟิสิกส์เดิม หรือฟิสิกส์คลาสสิค) เกิดความสั่นสะเทือน เนื่องจากโลกทัศน์ใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ ไม่สามารถเข้าใจได้ด้วยภาษาและกรอบความคิดแบบเดิมๆ ที่ นักวิทยาศาสตร์ในยุคนั้น ใช้ในการมองโลก

จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้ นักศาสนาและนักวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่ง นึกถึงศาสนาพุทธ เพราะเห็นว่า ศาสนาพุทธมีหลักธรรมจำนวนหนึ่ง (เช่น ไตรลักษณ์ ปฏิจจสมุปบาท และสุญญตา) ที่สามารถนำมาช่วยส่องให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่วิชาฟิสิกส์ใหม่ค้นพบได้เป็นอย่างดี

ผลจากการระดมความสนใจไปยังภูมิปัญญาของศาสนาพุทธ ทำให้คนเหล่านั้นพบว่า ศาสนาพุทธมีคำอยู่คำหนึ่งที่ใช้สำหรับนิยามความจริงสูงสุดของธรรมชาติ คือคำว่า ความว่าง (emptiness)

ความพิลึกพิลั่นของจักรวาลที่วิชาฟิสิกส์ใหม่ค้นพบ สามารถอธิบายด้วย “ความว่าง” อันเป็นนิยามที่สั้นและกระชับที่สุดได้อย่างไร

คำตอบมีอยู่ในหนังสือ “สมการความว่าง” เล่มนี้แล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน