สตูล – นางนาถลดา ขาวคง เกษตรกรเพาะเห็ด ตำบลควนโพธิ์ อำเภอเมือง เผยขณะนี้มีโรงเรือนเพาะเห็ดมากถึง 15 โรงเรือนหลายโรงเรือนกำลังให้ผลผลิตเห็ดหูหนูซึ่งพร้อมเก็บเกี่ยวผลผลิต ทุกโรงเรือนที่เลี้ยงเห็ดหูหนู เป็นผลพวงมาจากการพักโรงเรือนของเห็ดนางฟ้าภูฏานเป็นเวลา 1 เดือน ทั้งนี้เพื่อไม่ให้พื้นที่ว่างเปล่าไร้ประโยชน์ จึงได้เพาะเลี้ยงเห็ดหูหนู ซึ่งเห็ดหูหนูจะให้ผลผลิตต่อ 1 ก้อนสูงถึง 1 กิโลกรัม ผลผลิตแต่ละวันได้ถึง 50 กิโลกรัม ราคาขายส่งกิโลกรัมละ 60 บาท ซึ่งเป็นรายได้เสริมอีกทางรองจากการเลี้ยงเห็ดนางฟ้าภูฏาน
สำหรับฟาร์มนาถลดาแห่งนี้ ตลอด 10 ปี ในวงการอาชีพเพาะเห็ดสามารถปลูกขยายพันธุ์ได้ถึง 3 สายพันธุ์ โดยมีเห็ดนางฟ้าภูฏานเป็นตัวหลัก เห็ดหูหนู และเห็ดแครง ซึ่งทางฟาร์มทำครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปถึงปลายน้ำ คือมีโรงอัดเห็ดก้อนที่สามารถทำกำลังผลิตได้วันละ 1,200 ก้อนต่อวัน การเก็บผลผลิตจากเห็ดนางฟ้าภูฏานได้วันละ 150 ก.ก. เห็ดหูหนูวันละ 50 ก.ก. และขณะนี้เห็ดแครงกำลังรอให้ผลผลิต สินค้าในแต่ละวันมีไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า
เนื่องจากชีวิตที่ต้องสู้และดิ้นรนด้วยลำพังเป็นคุณ แม่เลี้ยงเดี่ยว กับภาระหนี้สินที่ทิ้งไว้ให้ 4 ล้านบาท จากนักการเมืองท้องถิ่นที่ได้รับการยอมรับนับหน้าถือตา มาวันนี้ได้ถอดหมวกออกก้าวสู่เกษตรกรอย่างเต็มตัวลองผิดลองถูกจนเกือบล้มละลายจนถึงขณะนี้สามารถปลดหนี้ได้ทั้งหมดในส่วนของโรงงานทำปุ๋ยจากก้อนเห็ดที่หมดสภาพแล้ว รวมทั้งการเตรียมความพร้อมในการแปรรูปน้ำพริกจากเห็ด และของฝากจากเห็ดสวรรค์
“หากเรามีความอดทนและต่อสู้หมั่นเรียนรู้แก้ปัญหาได้ไปเรื่อยๆ จะทำให้มีวันนี้และประสบความสำเร็จในชีวิตทุกวันนี้มีรายได้เหลือจากรายจ่ายเดือนละ 2 แสนบาท”
ด้านนางฮาบีบ๊ะ จายุพันธ์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสตูล กล่าวว่า เกษตรกรรายนี้ถือเป็นตัวอย่างที่น่าชื่นชม ด้วยความอดทน และมีมานะในการต่อสู้กับปัญหาที่รุมเร้า โดยเฉพาะในการทำอาชีพเพาะเห็ดที่ต้องเรียนรู้หมั่นดูเชื้อราที่เข้ามาแทนที่ เชื้อราดี ที่ต้องคอยรื้อออก หากไม่อย่างนั้นผลผลิตจะได้รับความเสียหาย และการคิดทำก้อนเห็ดเองเพื่อลดต้นทุน การคิดทำโรงปุ๋ยจากก้อนเห็ดที่หมดสภาพ