หุ้นไทยดิ่งไม่หยุดเกาะตลาดทั่วโลกระส่ำเฟด ยืนดอกเบี้ยสูงนาน ด้านค่าบาทอ่อนสุดในรอบ 11 เดือน แตะ 37.09 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แบงก์พร้อมเข้าดูแล

เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปิดตลาดภาคเช้าปรับตัวลดลงกว่า 1.5% โดยดัชนีหุ้นไทยเปิดตลาดภาคเช้า 1,458.65 จุด ปรับตัวลดลงทันที 10.81 จุด จากราคาปิดวานนี้ (2 ต.ค.) ที่ 1,469.46 จุด โดยทยอยปรับลดลง ต่อเนื่องและไปทำจุดต่ำสุดของช่วงการซื้อขายภาคเช้าที่ 1,443.24 จุด ลดลง 26.22 จุด หรือกว่า 1.8% และปิดตลาดที่ 1,447.30 จุด -22.16 จุด -1.51% มูลค่าการซื้อขาย 60,384.79 ล้านบาท

ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกก็ปรับลดลงเช่นกัน เช่น ดัชนีดาวน์โจน สหรัฐ ปิดที่ 33,433.35 จุด ลดลง 74.15 จุด หรือ -0.2% ยังคงถูกกดดันจากแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานานเพื่อสกัดเงินเฟ้อ, ดัชนีหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,510.72 จุด ลดลง 97.36 จุด หรือ -1.28% ส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดภาคเช้าปรับตัวลงแรงเช่นเดียวกัน ขณะที่ค่าเงินบาท ของไทยช่วงเช้าอ่อนค่าสู่ระดับ 37.09 บาทต่อดอลลาร์ โดยอ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 11 เดือนตามภูมิภาค

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงแรงสอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ พุ่งขึ้น ประกอบกับตลาดหุ้นไทยยังไม่มีปัจจัยบวกเข้า มาช่วย เนื่องจากนักลงทุนยังรอติดตามความชัดเจนนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตและแหล่งที่มาของเงิน

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.คลัง เปิดเผยถึงกรณีค่าเงินบาทอ่อนค่าเกี่ยวกับนโยบายของรัฐหรือไม่ ว่า ยังไม่ได้ทำอะไรเลย และเรื่องนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดูแลอยู่

ด้านนายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมาเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนมากขึ้น โดยปรับอ่อนค่าลง 6.75% จากต้นปี สอดคล้องกับค่าเงินในภูมิภาคจากปัจจัยภายนอกเป็นหลักโดยเฉพาะการ แข็งค่าของเงินดอลลาร์ รวมทั้งแรงกดดันจากราคาทองคำที่ปรับลดลงต่ำสุดในรอบ 7 เดือน และราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบปี

ทั้งนี้ ธปท. ได้ติดตามสถานการณ์การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด และอาจพิจารณาเข้าดูแลหาก เงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนมากผิดปกติ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน