คลังสั่งการบ้านธนาคารออมสินปูพรมแก้หนี้ครัวเรือน ประเดิมหนี้เสีย 8 พันล้านบาท จากโครงการปล่อยกู้รายละ 1 หมื่นบาท มุ่งเพิ่มรายได้เพื่อความยั่งยืนควบคู่ลดภาระดอกเบี้ยลง
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.คลัง เปิดเผยภายหลังเดินทางตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้ธนาคารออมสิน ว่า มอบให้ธนาคารออมสินเร่งดำเนินการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ปัจจุบันอยู่ในระดับสูงถึง 90% ของจีดีพี หรือมีมูลค่าถึง 14-15 ล้านล้านบาท ซึ่งหลักการหนี้ครัวเรือนควรไม่เกิน 80% ของจีดีพี โดยหนี้ที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงปี 2563-2564 ซึ่งเป็นช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19
ธนาคารออมสินได้ดำเนินโครงการสินเชื่อรายละ 1 หมื่นบาท วงเงินรวม 3 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในขณะนั้น พบว่ามี ลูกค้าของออมสินที่กลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ประมาณ 8 พันล้านบาท โดยธนาคารออมสินรับปากว่าจะเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือลูกค้าในกลุ่มนี้ โดยจะดำเนินการควบคู่ไปกับการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้เอ็นพีแอลของธนาคาร ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 2.9% วงเงินประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท
“โครงการสินเชื่อรายละ 1 หมื่นบาท ที่ออมสินได้ดำเนินการในช่วงปี 2563-2564 ยอมรับว่ามีหนี้เสียเกิดขึ้นต่ำกว่าคาดเยอะมาก แต่ก็ยังอยากให้ออมสินเข้าไปช่วยเหลือหนี้เสียในกลุ่มนี้อยู่ ซึ่งธนาคารรายงานว่ากำลังพิจารณาและเตรียมเสนอวิธีการให้กระทรวงการคลังพิจารณา ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้ลูกหนี้ไม่มีประวัติเป็นหนี้เสีย”
นายกฤษฎากล่าวว่า หนี้ครัวเรือนถือเป็นภาพใหญ่ของทั้งประเทศ ธนาคารออมสินก็จะดำเนินการให้ความ ช่วยเหลือ โดยจะเริ่มที่กลุ่มลูกหนี้ของธนาคารรัฐก่อน จากนั้นค่อยมาดูผลที่เกิดขึ้นจากมาตรการให้ความช่วยเหลือ แต่มั่นใจว่าออมสินมีศักยภาพเพียงพอ และเป็นธนาคารเพื่อสังคมอย่างแท้จริง โดยที่ผ่านมาธนาคารก็เข้าไปช่วยเหลือผ่านกลไกต่างๆ โดยเฉพาะการทำให้อัตราดอกเบี้ยของ สินเชื่อบางกลุ่มลดลงและกลับสู่ภาวะปกติ เชื่อว่าเรื่องนี้จะ ไม่เหนือบ่ากว่าแรงอย่างแน่นอน
นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า วิธีการในการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน มี 2 วิธี คือ การเพิ่มรายได้ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน แต่ต้องใช้เวลา และการลดอัตราดอกเบี้ยลงมา โดยการเข้าไปแข่งขันในตลาดที่ดอกเบี้ยสูงเกินจริง ซึ่งการดำเนินการในส่วนนี้จะทำให้การจ่ายเงินงวดเท่าเดิมแต่สามารถตัดต้นได้มากขึ้น