ทำเนียบรัฐบาล – เมื่อวันที่ 5 ต.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงถึง 01.00 น. ว่า ตนได้รับนโยบายมาจากรัฐบาล โดยกระทรวงมหาดไทยจะไปดูเรื่องของจังหวัดท่องเที่ยว และโซนจังหวัดที่เหมาะสมที่จะให้ขยายเวลาสถานบันเทิง ต้องดูว่า ถ้ามีความปลอดภัยก็เปิดได้ เพราะเวลานี้มั่นใจว่าตำรวจและฝ่ายปกครองใน บางจังหวัด คงมีความเข้มงวดอย่างเต็มที่ในการกวดขัน ตรวจตราการ พกพาอาวุธปืน

นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องนี้นายกฯ สั่งการมาโดยตรงที่ตนว่า เราต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ ผู้คนที่อยู่ในธุรกิจสถานบันเทิง ผู้ประกอบการ พนักงาน แม่ครัว นักดนตรี ที่ประสบความยากลำบากในช่วงโรค โควิด 19 แต่วันนี้โควิดพ้นจากการเป็นโรคติดต่ออันตรายและเป็นภัยต่อความมั่นคงไปแล้ว ดังนั้นต้องให้โอกาสกลับมาฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจของบุคคลเหล่านี้ให้เร็วที่สุด ถ้าเราควบคุมได้ไม่มีปัญหา

นายอนุทินกล่าวถึงการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดทำงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 คณะที่ 4.1 แผนงานบูรณาการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ครั้งที่ 1/2566 ว่า ขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในความพยายามร่วมกันเพื่อต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ การจัดทำงบประมาณได้กำหนดให้มีการจัดทำงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ จำนวน 10 แผนงาน และแผนงานบูรณาการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบเป็น 1 ใน 10 แผนงานดังกล่าว ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบแผนงานบูรณาการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ 3 แนวทาง ได้แก่

แนวทางที่ 1 ปลูกฝังวิธีคิด ปลุกจิตสำนึก ให้มีวัฒนธรรมและพฤติกรรมซื่อสัตย์ สุจริต โดยมุ่งเน้นการสร้างจิตสำนึกการเป็นพลเมืองที่ดี แนวทางที่ 2 ป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ ผ่านการจัดทำมาตรการหรือข้อเสนอแนะในประเด็นความเสี่ยงต่อการทุจริตให้เท่าทันสถานการณ์ปัจจุบัน ส่งเสริมสนับสนุนการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนการทุจริตภายในหน่วยงาน และแนวทางที่ 3 ปราบปรามการทุจริต โดยพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี ปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนพัฒนากลไกการบริหารงานคดีทั้งระบบ เชื่อมโยงและนำเทคโนโลยีมาใช้ประกอบการทำงาน

นอกจากนั้น ที่ประชุมเห็นชอบข้อเสนอการจัดทำงบประมาณ รายจ่ายบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 แผนงานบูรณาการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ช. ในฐานะเจ้าภาพ ได้จัดให้มีการประชุมเพื่อพิจารณากลั่นกรองข้อเสนอ โดยที่ประชุมได้พิจารณาโครงการที่หน่วยงานต่างๆ เสนอมา และเห็นควรสนับสนุนงบประมาณการดำเนินงาน จำนวน 43 หน่วยงาน รวม 58 โครงการ เป็นงบประมาณจำนวนทั้งสิ้น 1,445,718,000 บาท

“รัฐบาลมีความพยายามในการต่อต้านการทุจริต โดยมุ่งหวังให้ การจัดทำงบประมาณฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เกิดประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน รวมถึงสร้างจิตสำนึกและวัฒนธรรมในการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบในทุกระดับ” นายอนุทินกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน