สะดุดหูตั้งแต่ชื่อหนัง “ของแขก” ยิ่งได้รู้ว่าเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร หนุ่ม ‘กอฟ’ อัครา ลูคัส ยิ่งสนใจอยากเล่น ซึ่ง ครั้งนี้เป็นการคัมแบ๊กงานแสดงแบบเต็มตัว ในรอบ 7-8 ปี

พร้อมเผยให้ฟังเรื่องความรัก ตอนนี้ มีคนรู้ใจ ไม่คิดเรื่องแต่งงาน แต่เน้นอยู่ ด้วยกันแล้วมีความสุข

กลับมารับงานภาพยนตร์ในรอบกี่ปี?

กอฟ – “น่าจะ 7-8 ปีครับ เรื่องนี้เป็นโปรเจ็กต์ที่พอได้ยินชื่อรู้สึกสะดุดว่าชื่อแปลกมาก น่าสนใจ แล้วผู้กำกับฯ เล่าให้ฟังว่าเรื่องราวเป็นยังไง พออ่านบทมันมีเรื่องของ ญิน เข้ามา มีเรื่องความเชื่อ ชาวมุสลิม คนอิสลามเข้ามาด้วย แตกต่างจากที่เคยเล่นมา เป็นไสยศาสตร์อีกแบบหนึ่งที่เราไม่เคยสัมผัส รู้สึกเป็นอะไรที่น่าค้นหา ลึกลับ พอพูดถึง ญิน ปุ๊บ ทำให้เราอยากรู้ว่าคืออะไร หน้าตาเป็นยังไง บวกกับที่ว่าเราไปถ่ายทำที่นราธิวาสด้วย เคยไปตอนเด็กมาก แทบจำไม่ได้แล้ว แล้วระหว่างที่ถ่ายทำมีอะไรแปลกๆ มีอุปสรรค เยอะมาก แต่ทุกคนก็ต้องมีสติทำทุกอย่างให้ออกมาดีที่สุดแล้ว ปรับเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส”

ในเรื่องรับบทเป็นใคร?

กอฟ – “ผมรับบท วิน เป็นหัวหน้าครอบครัวที่พาภรรยาและลูกอีก 2 คนย้ายไปนราธิวาส คือเราตกงานจากกรุงเทพฯ เลยต้องย้ายกันไปที่นราธิวาส เพราะจะมีงานชั่วคราวให้ไปรับราชการที่นั่น ไปถึงเราก็ไปพักอยู่ที่บ้านพักข้าราชการ แล้วเรื่องราวที่บ้านหลังนั้นก็ค่อยๆ เกิดขึ้น ค่อยๆ รุนแรงขึ้น เริ่มมีอะไรแปลกๆ ที่คาดเดาไม่ได้ ตรงนั้นแหละที่รู้สึกว่ามันลุ้น เรื่องนี้เล่นกับน้องทับทิม (อัญรินทร์) น้องโม (อมีนา) แล้วก็มีสน เดอะสตาร์ ที่เคยเล่น ไชยา ด้วยกัน บอกเลยว่านักแสดงมีคุณภาพทุกคน อย่างน้องทับทิมทำการบ้านมาดีมาก พอเข้าฉากสามารถที่จะปะทะกันให้มันพลิ้วไปตามอารมณ์ได้ เลยทำให้การทำงานสนุก แล้วเราทำงานได้ง่ายขึ้น”

หายไป 8 ปีกลับมาครั้งนี้ต้องเคาะสนิมไหม?

กอฟ – “ต้องบอกก่อนว่าจริงๆ แล้วเราก็ได้สัมผัสมันนิดนึง ตอนนั้นกลับมาเที่ยวแล้วบังเอิญว่า พี่ต้อม ผู้กำกับฯ จอมขมังเวทย์ ชวนมาเข้าฉาก จอมขมังเวทย์ 2 เราก็โอเค ไปถึงพี่นก ฉัตรชัย แต่งหน้าแต่งตัวรอใส่เอฟเฟ็กต์แต่งเป็นชั่วโมง ทุกคนพร้อม เราไปถึงก็แต่งหน้าอะไรนิดหน่อย ใส่ฮู้ดเข้าฉาก ความรู้สึกเดิมมันก็กลับมา การแสดงก็คล้ายๆ การ ขี่จักรยาน หรือขับรถ เราก็คงไม่ได้ลืมมันซะทีเดียว แต่เราอาจจะปรับสักนิดนึงแล้วขับได้ ขี่จักรยานได้”

“พอมาถึงเรื่อง ของแขก ถามว่าเราต้องปรับอะไรเยอะมั้ย อาจจะปรับในเรื่องของคาแร็กเตอร์ เพราะในทุกเรื่องผมพยายามเปลี่ยนตัวเอง เปลี่ยนลุกส์ด้วย เปลี่ยนอะไรทุกอย่าง ผมจะดูเรฟเฟอเรนซ์หนังฝรั่งตลอด เพราะอย่างน้อยอาจจะ ไม่เท่าเขาแต่ก็เกือบๆ เราไม่เคยคิดว่าเราเก่ง ไม่เคยคิดว่าเราเล่นดีแล้ว เราพัฒนาได้ตลอด”

ทุ่มเททุกบทบาทที่ได้รับ?

กอฟ – “ใช่ครับ เต็มที่ เราอย่าดูถูกคนดู อย่างน้อยต้องได้ความจริงจากเรา มันคืออาชีพของเรา ได้รับบทบาทแล้วเราก็ถ่ายทอดให้คนได้ดู ผมรู้สึกว่าตรงนี้สำคัญ ถ้าเราทำอะไรที่ดีแล้วคนก็จะจดจำได้ มันก็จะมีปรัชญาในนั้นด้วย คือหนังหลายๆ เรื่องที่ผมเล่นก็สอนอะไรคนได้ ถ้าคุณเป็นคนดีคุณก็ได้อะไรที่ดี แต่ถ้าคุณพลาดพลั้งไปในทางที่มืด คุณอาจจะหลุดไปทางมืดเลยก็ได้ แม้แต่ในเรื่อง ของแขก พอผมอ่านบท มันมีอะไรที่สามารถเป็นตัวอย่างให้คนดูได้อะไร ไปด้วย ไม่ใช่แค่ดูแล้วสนุก ไร้สาระ ไม่ใช่ ดูแล้วได้อะไรด้วยอันนี้สำคัญ”

ช่วงที่หายไปจากหน้าจอนานหลายปี แฟนๆ ก็ยังคิดถึงการแสดงของเรา?

กอฟ – “ผมคิดว่าชีวิตต้องเปลี่ยนไปเรื่อยๆ คือเราต้องเดินหน้าไปเรื่อยๆ ในขณะที่เราเดินหน้าไปอาจจะพาเราไปเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาหรือเดินตรงไปอยู่ตรงไหนบ้าง แต่สุดท้ายแล้วถ้าเรารู้จักตัวเอง มองเห็นความจริง มันจะทำให้เราไปถูกทาง ยังไงก็จะไม่หลงทาง ตอนที่เราไม่ได้อยู่ในวงการช่วงนั้นเราก็ได้ทำอะไรหลายอย่างที่อยากลอง ได้มีประสบการณ์ใหม่ๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับตัวเรามากขึ้น ได้เรียนรู้โลกมากขึ้น นั่นแหละครับมันเลยทำให้รู้แล้วว่า สุดท้ายเราอาจจะไปทำอย่างอื่นดีก็ได้เหมือนกัน แต่ถ้าสิ่งที่ชอบที่สุด ก็คือการแสดง คือผลงานในวงการ”

คัมแบ๊กวงการบันเทิงเต็มตัว ไม่ไปไหนแล้ว?

กอฟ – “น่าจะไม่แล้วครับ อาจจะขยับขยายมาทำส่วนอื่น ด้วยบ้าง เช่น เขียนบท อาจจะกำกับฯ มั้ย อย่างเรื่องนี้เราก็เป็นทั้งนักแสดง เป็นทีมงานด้วย เพราะว่าเราก็ได้เข้าไปช่วยหลายๆ อย่างตอนที่เราได้ลงไปที่ใต้ มีอะไรติดขัดเราก็ช่วยออกความคิดเห็น เราโชคดีด้วยที่เราเจอคุณเกรียง ผู้กำกับฯ ที่เขาเปิดกว้างรับฟัง กลายเป็นว่าทุกอย่างที่จะเป็นอุปสรรคมันดีขึ้น การทำงานที่มันจะยากมันก็กลายเป็นง่ายขึ้นได้ เพราะว่ามันต้องทำงานร่วมกันมันเลยเป็นสิ่งที่ดีครับ”

พอกลับมาคราวนี้ อายุที่เยอะขึ้นเป็นอุปสรรคในเรื่องของบทที่ได้รับมั้ย?

กอฟ – “ผมว่ายิ่งเราอายุเยอะขึ้น บทยิ่งท้าทายขึ้น เพราะว่าประสบการณ์เราเยอะขึ้น อย่างเราดูแล ตัวเองด้วย ฉะนั้นเราสามารถรับได้หลายบทบาทครับ แล้วเราเปลี่ยนลุกส์ได้ด้วย คือถ้าไปดูผมในไอจี @akaralukas จะรู้เลยว่าเราเปลี่ยนลุกส์ได้ตลอด คนจะคิดว่าทำไมเปลี่ยนอะไรได้ขนาดนั้น เราเห็นได้ว่าจริงๆ การที่มีประสบการณ์มันทำให้มีคุณภาพ แล้วยิ่งอย่างเราปรับเปลี่ยนตลอดเวลา เราพัฒนาตัวเองเรื่อยๆ แล้วเราก็ดูแลตัวเองด้วย ฉะนั้นมีหลายบทที่เราเล่นได้ ก็ติดต่อมาได้ครับ (หัวเราะ)”

ยังคงดูแลตัวเองดี ทำให้มีรูปร่างดี หน้าใสไร้ริ้วรอย?

กอฟ – “การมีวินัยดูแลตัวเองเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เป็นหัวใจของการใช้ชีวิตเลย อะไรที่ไม่เป็นประโยชน์ผมไม่เอา ถามว่าทานได้มั้ย ทานได้ ผมก็ยังทานพิซซ่าได้แต่ชิ้นเล็กๆ นะ แต่ผมไม่ทานน้ำตาลตัดไปเลย ไม่ทานเค้ก ไม่กินน้ำอัดลม ไม่ทานเหล้า เคยลองมาหมดแล้วไง เหล้า บุหรี่ก็เคยสูบตั้งแต่อายุ 15 จนถึงอายุ 21 และเลิกเหล้าตอนอายุ 27 ไม่เอาแล้ว หันมาดูแลตัวเองเพราะร่างกายเราจะไปให้คุณหมอเขาดูแลแทนเหรอ เราก็ต้องฝากกับตัวเราเอง เราต้องดูแลตัวเราเองก่อนแล้วค่อยดูแลคนอื่น ทุกวันนี้ผมกินมื้อเดียวแบบมื้อที่เต็มๆ นะ เขาเรียก OMAD หรือ One Meal A Day ตอนเย็นถ้าหิวก็กินนมได้ แต่จะไม่กินน้ำตาล กินแป้งไม่ต้องเยอะมาก เน้นผักสดเยอะๆ เราก็กินอย่างนี้ดูแลตัวเองไงครับ ทุกวันนี้ไม่ได้ไปหาหมอหน้า ไม่ได้ฉีดโบท็อกซ์ ไม่ได้ฉีดฟิลเลอร์”

หลายคนคิดว่าเราไปศัลยกรรมมาหรือเปล่า?

กอฟ – “ไม่มีครับ จริงๆ ถามว่าเคยลองมั้ย เคยนะ โบท็อกซ์ ตอนประมาณ 30 ต้นๆ เคยไปลองแล้วหน้ามันตึงมากเหมือนสตัฟฟ์ไว้ ยิ้มก็ไม่เป็นธรรมชาติ มันแปลกๆ มันไม่ใช่เราแล้ว ก็เลยรู้ว่าโบท็อกซ์ไม่ได้จริงๆ แล้วยิ่งเราเป็นนักแสดงเข้าไปในกล้องนี่จบเลย ฟิลเลอร์ ก็อีกคือมันไม่ได้ มันไม่ใช่ ตอนนี้ไม่ได้หาหมอหน้าที่ไหน ไม่ต้อง ไปพึ่งศัลยกรรมเลย ถึงบอกว่าเราดูแลตัวเราเอง กินให้ถูกวิธี ดูแลจิตใจเราด้วย การดูดีหรือดูไม่ดีก็มาจากจิตเราด้วยนะ จากข้างใน ถ้าเรามีความสุขดีก็ดูสดใสร่าเริง เครียดได้ แต่เราต้องปรับตัวเราเอง”

กลับมาคราวนี้มีผู้จัดทาบทามไปร่วมงานเยอะมั้ย?

กอฟ – “ก็มีมาครับ แต่ยังไม่ใช่โปรเจ็กต์ที่ใช่ ก็คงดูๆ ไปก่อน กลับมาคราวนี้อยากจะทำอะไรที่มันใช่จริงๆ ต้องเป็นผลงานที่ท้าทายที่ใช่และเหมาะกับเรา ทำให้เรารู้สึกสนุกกับงาน โปรเจ็กต์นั้น เราอยากจะไปทำงานทุกวัน อยากจะมีจินตนาการครีเอตอะไรใหม่ๆ”

ภาพความสำเร็จ เสียงชื่นชมในฝีมือการแสดงในอดีตที่ผ่านมา ทุกวันนี้ยังกดดันอยู่มั้ยว่าทุกผลงานออกมาต้องประสบความสำเร็จแบบนั้น?

กอฟ – “ไม่จำเป็นครับ ด่าได้ บางทีด่าก็อาจจะเป็นผลดีก็ได้ แต่จริงๆ ไม่หรอก ผมรู้สึกว่าในความเป็นนักแสดงของเรา เราทุ่มเทกับงาน เราทำให้ดีที่สุดแค่นั้นที่เราทำได้ ถามว่าคนจะชื่นชมชอบผลงานเรามั้ย เราเดาไม่ได้ แต่เราทำให้ดีที่สุดถึงตรงนั้นคนจะชื่นชมหรือไม่ เขาจะจดจำมั้ยหรือเขาไม่จดจำก็เป็นเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้”

ถามเรื่องความรักบ้าง มีแฟนหรือยัง?

กอฟ – “ก็มีคนรู้ใจแล้วกัน เรารู้สึกว่าเรามีใครที่สามารถรู้สึกอยู่ด้วยแล้วปลอดภัย ไม่ทิ่มแทง ไม่ทำร้ายกัน เราอยู่ด้วยแล้วมีความสุข ทำให้ชีวิตมันมีคุณค่า”

มองไปถึงการแต่งงานเลยไหม?

กอฟ – “สำหรับผมนะไม่ได้พูดถึงคนอื่น ผมว่าไม่จำเป็น เพราะเห็นหลายคนแล้วที่แต่งงานไปก็ไม่ได้ว่าจะประสบความสำเร็จ ฉะนั้นเรามีความสุขดีกว่า ทั้งสองคนมองตัวเองดีๆ แล้วให้รู้จักตัวเอง แล้วทั้งคู่ปรับเปลี่ยนนิสัยอารมณ์ ปรับเปลี่ยนทุกอย่างให้เข้ากันได้ คือมันต้องมาเจอกันในจุดกลางนั่นแหละมันจะเดินไปได้ ยอมที่จะทิ้งอารมณ์ร้ายๆ ทิ้งความหึงหวงไป มันยิ่งใหญ่กว่าถ้าคุณรักใครจริง ถามว่ามีทะเลาะกันมั้ย มีอยู่แล้ว ทะเลาะนั่นแหละทำให้เราเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ไง ทะเลาะกันแล้วมีสติดูตัวเองมั้ยว่าจริงๆ เราก็ผิดนะ ไม่ใช่เขาผิดคนเดียว แล้วสุดท้ายก็ต้องมาเปิดใจคุยกันแล้วหาข้อสรุปแต่ต้อง เปิดใจ และเปิดโอกาสให้ตัวเองและคู่ของคุณด้วย”

ดูแลกันไปไม่คิดแต่งงาน?

กอฟ – “ใช่ อันนั้นดีกว่าด้วย เพราะบางทีการเป็นครอบครัวไม่ได้มีความสุขเสมอไป มันต้องสื่อสารกันเปิดการสนทนากัน ฉะนั้นต้องยอมที่จะเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนที่คุณรัก”

วีรนุช จันทำ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน