เมื่อวันที่ 8 ต.ค. เอเอฟพีรายงานความคืบหน้าการสู้รบระหว่างกองทัพอิสราเอลกับกองกำลังติดอาวุธฮามาส หลังนักรบฮามาสเปิดฉากบุกข้ามแนวกั้นเขตฉนวนกาซ่าเข้ามาก่อเหตุโจมตีในดินแดนของอิสราเอลกลายเป็นเหตุนองเลือดครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบหลายสิบปีของความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับชาวปาเลสไตน์ มีผู้เสียชีวิตแล้ว กว่า 500 ราย บาดเจ็บนับพันคนจากทั้งสองฝ่าย
เหตุโจมตีที่เกิดขึ้นจากกองกำลังติดอาวุธฮามาสส่งผลให้มี ผู้เสียชีวิตกว่า 200 ราย บาดเจ็บกว่า 1 พันคน ในจำนวนนี้ มีทั้ง เจ้าหน้าที่ทหาร พลเรือน และชาวต่างชาติ รวมถึงผู้ที่ถูกจับเป็นเชลยจำนวนมาก ล่าสุดกองทัพอิสราเอลยังอยู่ระหว่างความพยายามควบคุมสถานการณ์ใน 8 พื้นที่รอบฉนวนกาซ่า ขณะที่กองทัพอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายในฉนวนกาซ่าเพื่อตอบโต้ มีพลเรือนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 313 ราย บาดเจ็บเกือบ 2 พันคน และเตรียมเปิดปฏิบัติการทางทหารภาคพื้นดินเข้าไปภายในฉนวนกาซ่า โดยประกาศอพยพประชาชนรอบกาซ่าภายใน 24 ชั่วโมง
นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวว่า อิสราเอลกำลังตกอยู่ในสภาวะสงครามที่ยากเข็ญและยาวนาน ท่ามกลางความแตกแยกของจุดยืนจากนานาชาติ
การสู้รบยังส่งผลให้เกิดแรงกระเพื่อมไปทั่วทั้งภูมิภาค โดย กองกำลังติดอาวุธฮิซบัลเลาะฮ์ในประเทศเลบานอนที่มีพรมแดนติดกับอิสราเอลทางภาคเหนือขู่จะเปิดฉากโจมตีอิสราเอลหลังอิสราเอลเตรียมบุกเข้าสู่ฉนวนกาซ่าที่มีกลุ่มฮามาสเป็นผู้ควบคุมทางใต้ของอิสราเอล ล่าสุดกองทัพอิสราเอลยิงปืนใหญ่เข้าไปทางตอนใต้ของเลบานอนแล้วหลังถูกกองกำลังไม่ทราบฝ่ายเปิดฉากยิงเข้าใส่
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกา กล่าวภายในการประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นเอสซี ว่าสหรัฐพร้อมยืนเคียงข้างอิสราเอล พร้อมเตือนไปยังทุกฝ่ายที่เตรียมฉกฉวยโอกาสเล่นงานอิสราเอล ท่ามกลางการโจมตีอิสราเอลด้วยขีปนาวุธหลายพันลูกจากฝ่ายต่อต้านอิสราเอล ล่าสุด เกิดขึ้นแล้วถึง 3 ระลอก พุ่งเป้าโจมตีที่กรุงเทลอาวีฟและนครเยรูซาเลม