ทุเรียน ราชาผลไม้ ไม้ผลเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย ส่งออกเป็นอันดับ 1 ของโลก โดยเฉพาะส่งออกไปจีน ปีนี้มูลค่าทะลุ 1 แสนล้านบาท ทำให้ทุเรียนไทยยังสามารถครองสัดส่วนตลาดในจีนได้เบ็ดเสร็จ กว่าร้อยละ 90
แต่การปลูกทุเรียนให้ได้ผลผลิตทั้งปริมาณและคุณภาพ ตรงความต้องการของตลาด เกษตรกรต้องอาศัยประสบการณ์และความเอาใจใส่อย่างมาก

การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศปัจจุบัน ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเจริญเติบโต การติดดอก การพัฒนาของผล และการระบาดของศัตรูพืช
ซึ่งต้องบูรณาการองค์ความรู้ด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เกษตรกรมีความต้องการเครื่องมือมาช่วยในการทำงาน ในกิจกรรมที่ต้องทำซ้ำๆ เช่น การให้น้ำ ตัดหญ้า ใส่ปุ๋ย พ่นสารกำจัดศัตรูพืช เป็นต้น

ตลอดจนต้องการข้อมูลเพื่อวางแผนการบริหารจัดการแปลงอย่างแม่นยำ โดยเฉพาะข้อมูลสภาพอากาศ ซึ่งมีผลต่อการติดดอก และเจริญเติบโตของผลทุเรียน
จึงเป็นที่มาโครงการ “การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุเรียนด้วยเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ” โดยสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร

ในปี 2566 กรมวิชาการเกษตรส่งผลงานเรื่อง “การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุเรียนด้วยเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ” เข้ารับการพิจารณาเพื่อรับรางวัลเลิศรัฐ จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)
ซึ่งผลงาน “การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุเรียนด้วยเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ” ได้รับรางวัลเลิศรัฐ สาขาบริการภาครัฐ ประเภทพัฒนาการบริการ

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ผลงานดังกล่าวเป็นการนำเทคโนโลยี Smart Sensors และระบบ IoTs มาประยุกต์ใช้ ร่วมกับการบูรณาการองค์ความรู้ตลอดกระบวนการการผลิตพืชของกรมวิชาการเกษตร รวมทั้งของหน่วยงานในและต่างประเทศ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

การดำเนินงาน “การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุเรียนด้วยเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ” ภายใต้แนวทาง “รูปแบบ (Model) การเกษตรอัจฉริยะเพื่อการผลิตพืช ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์” ทั้ง 8 ด้าน

ประกอบด้วย เทคโนโลยีด้านดิน เทคโนโลยีด้านพืชและอารักขาพืช เครื่องจักรกลการเกษตร การใช้น้ำ เทคโนโลยีดาวเทียม อากาศยานไร้คนขับ อินเตอร์เน็ต และระบบช่วยตัดสินใจการผลิตพืช มายกระดับกระบวนการผลิตทุเรียน เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มปริมาณและคุณภาพผลผลิต

ตลอดจนการใช้ทรัพยากรในการผลิตพืชให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ผ่านการตรวจวัดจากเซ็นเซอร์ทางการเกษตร ประมวลผล และควบคุมอัตโนมัติในการผลิต การพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่รองรับการทำการเกษตรให้กับเกษตรกร สำหรับการขยายผลเชิงพื้นที่ และเป็นต้นแบบการพัฒนาสู่พืชชนิดอื่นต่อไป

นายสิริชัย สาธุวิจารณ์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการ สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กล่าวว่า เกษตรอัจฉริยะเป็นแนวคิดการบริหารจัดการทางการเกษตรให้มีประสิทธิภาพด้วยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ ซึ่งข้อมูลที่ได้จะถูกนำมาประมวลผลสำหรับการวางแผนการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตภายในสวน และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของทุเรียนไทย โดยบูรณาการในส่วนขององค์ความรู้การผลิตพืชในทุกสาขาวิชา ร่วมกับความรู้ด้านวิศวกรรมการเกษตร และองค์ความรู้ด้านไอที เพื่อนำมาสู่ในเรื่องของเทคโนโลยี เป็นกระบวนการการผลิตต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ

ผลดำเนินงานทำให้ได้แปลงเรียนรู้เกษตรอัจฉริยะทุเรียน สำหรับเป็นสถานที่ศึกษาดูงานของเกษตรกร และเป็นแปลงวิจัยเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะในทุเรียนแบบเกษตรกรมีส่วนร่วม จำนวน 2 แปลง ณ อ.นายายอาม และ อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี

แอพพลิเคชั่นควบคุมระบบการให้น้ำทุเรียนผ่าน smartphone สามารถควบคุมการปิด-เปิดปั๊มน้ำ ควบคุมการปิด-เปิด โซลินอยด์วาล์วของประตูน้ำภายในสวนทุเรียน Dashboard การผลิตทุเรียนที่แสดงค่าสถานะต่างๆ ภายในแปลงปลูก เช่น ระยะการเจริญเติบโตและการพัฒนาของทุเรียน ข้อมูลสภาพอากาศ คำแนะนำการดูแลรักษาทุเรียน ด้านการจัดการศัตรูพืช ธาตุอาหารพืช น้ำ สถานะการทำงานของอุปกรณ์เซ็นเซอร์ทางการเกษตรภายในแปลง รวมถึงการบันทึกกิจกรรมภายในแปลงปลูก

รวมทั้งยังได้แอพพลิเคชั่น RainReport ที่สามารถรายงานการพยากรณ์การตกของฝนและสภาพอากาศภายในแปลงปลูกแบบระบุพิกัดล่วงหน้า 2 วัน สำหรับใช้วางแผนการบริหารจัดการแปลงปลูก ที่รองรับการทำงานของโทรศัพท์ในระบบ Android และการใช้เทคโนโลยีอากาศยาน ไร้คนขับ สำรวจการเข้าทำลายของศัตรูพืช และพ่นสารป้องกัน กำจัดศัตรูพืชแบบแม่นยำเฉพาะจุด

การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุเรียนด้วยเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ ทำให้เกษตรกรมีข้อมูลสภาพแวดล้อมภายในแปลงปลูก สำหรับประกอบการตัดสินใจในการบริหารจัดการแปลง เพื่อลดผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่มีผลต่อการผลิต ซึ่งเทคโนโลยีที่ติดตั้งเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการทำงานให้กับเกษตรกรได้ง่ายขึ้น การนำเทคโนโลยีไปใช้ในการควบคุมการให้น้ำ (ปิด-เปิด) สามารถลดการใช้แรงงานคนได้ 100% และลดระยะเวลาการทำงานได้มากกว่า 80%

“ขณะนี้ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุเรียนให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้สนใจ จากการฝึกอบรม และการศึกษาดูงาน ณ แปลงเรียนรู้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะทุเรียน จำนวนมากกว่า 1,800 คน และ นำไปขยายผลในโครงการ 1 อำเภอ 1 แปลงเกษตรอัจฉริยะด้วย” นายสิริชัยกล่าว
นับเป็นโครงการที่จะช่วยให้เกษตรกรได้ผลผลิตทุเรียนที่ดี สามารถส่งออกนำรายได้เข้าประเทศมหาศาล