ถือเป็นปีที่หนักหน่วงสำหรับทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ซึ่งต้องเจอกับโปรแกรมการแข่งขันสุดทรหด ต่อเนื่องทั้งแบบแทบไม่ต้องหายใจ หลังจากพวกเธอตบเท้าเข้าร่วมการแข่งขันทุกรายการที่สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ กำหนดตลอดทั้งปี ตบสาวไทยต้องเข้าร่วมการแข่งขันในนามทีมชาติถึง 7 รายการ ต้องเดินทางรอบโลกชนิดไม่ได้พัก เนื่องจาก โปรแกรมการแข่งขันนั้นไม่ได้ห่างกันมาก ทำให้พวกเธอต้องใช้ความอึด เข้าช่วยในยาม ที่ต้องใช้ร่างกายหนักขนาดนี้

7 รายการ ไล่ตั้งแต่ซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่ประเทศกัมพูชา มาต่อด้วยเนชันส์ลีก 2023 สนามแรกที่ประเทศตุรกี ก่อนจะกลับมาแข่งสนามสุดท้ายที่อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก จากนั้นลุยต่อศึกอาเซียนกรังด์ปรีซ์ 2023 สนาม 1 ที่เวียดนาม และสนาม 2 ที่จังหวัดเชียงใหม่, ชิงแชมป์เอเชีย 2023 ที่โคราช รวมถึงคิวหนักในรอบคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่โปแลนด์ จนมาถึงรายการสุดท้ายของปีนี้ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่นครหางโจว ประเทศจีน ซึ่งต้องยอมารับตามตรงว่าเอเชียนเกมส์หนนี้ พวกเธอแบกความหวังของแฟนกีฬาชาวไทยไว้ไม่น้อย แม้จะต้องเจอกับคิวแข่งสุดโหด

แชมป์เอเชีย 2023

กลับมาดูผลงานของพวกเธอในการแข่งขัน 7 รายการดังกล่าว ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา เริ่มจากการคว้าเหรียญทองซีเกมส์ สมัยที่ 16 พร้อมกับเป็นแชมป์แรกในยุคของพวกเธออย่างแท้จริงในยุคที่ไม่มีเหล่ารุ่นพี่ 7 เซียน ต่อด้วยเวทีระดับโลกอย่างวอลเลย์บอลหญิง เนชันส์ลีก 2023 พวกเธอจบในอันดับ 14 ของการแข่งขัน จากนั้นกลับมา คว้าแชมป์ ซี.วีลีก 2023 หรืออาเซียนกรังด์ปรีซ์ 2023 ได้ทั้ง 2 สนาม

อีกหนึ่งบทพิสูจน์สำคัญคือศึกชิงแชมป์เอเชีย และพวกเธอคว้าแชมป์ มาครองได้สำเร็จ และขึ้นแท่นเป็นแชมป์เอเชียสมัยที่ 3 ของทีมตบสาวไทย จากนั้นลุยต่อ จบอันดับที่ 4 ของกลุ่มซี ศึกคัดเลือกโอลิมปิก 2024 แม้ว่าจะชวดตั๋วเข้าสู่รอบสุดท้าย ทว่าการจบในอันดับที่ 4 จากการเจอยอดทีมระดับโลกถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของพวกเธอ

เหรียญทองแดง เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19

ปิดท้ายด้วยการแข่งขันเอเชียนเกมส์ พวกเธอกลับจากโปแลนด์ พักที่ประเทศไทย เพียงวันเดียวเท่านั้น ต้องมุ่งต่อยังนครหางโจว ก่อนจะจบภารกิจด้วยการคว้าเหรียญทองแดง มาครองเป็นสมัยที่ 2

ถือว่าสอบผ่านเลยทีเดียวสำหรับตบสาวรุ่นใหม่ ในยามที่ไม่มีรุ่นพี่ ทว่าเมื่อเจอโปรแกรมสุดหินพวกเธอยังคงยืนยัดสู้ อย่างเต็มที่ และทำผลงานออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน