เมื่อวันที่ 11 ต.ค. อัลจาซีรารายงานความคืบหน้าสถานการณ์สู้รบดุเดือดระหว่างกองทัพอิสราเอลกับนักรบฮามาสในฉนวนกาซ่า ว่ากระสุนปืนและยุทโธปกรณ์ที่มีความก้าวหน้าล็อตแรกที่สหรัฐอเมริกาส่งให้อิสราเอลเดินทางถึงฐานทัพอากาศเนวาทิมทางภาคใต้ของประเทศแล้ว มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,500 ราย บาดเจ็บกว่า 5,000 คน ถูกจับเป็นเชลยกว่า 100 คน โดยล่าสุดกองทัพอิสราเอลประสบความสำเร็จในการปิดล้อมฉนวนกาซ่าแล้ว หลังล่าสังหารนักรบฮามาสนอกกาซ่าได้กว่า 1 พันราย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ กล่าวไว้ว่าจะเร่งให้การสนับสนุนทางทหารกับอิสราเอลที่กำลังเผชิญกับการโจมตีครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี จากนักรบฮามาสที่บุกข้ามจากกาซ่าเข้ามาก่อเหตุสังหารและจับตัวประกันจำนวนมาก โดยกองทัพอิสราเอลอยู่ระหว่างเปิดปฏิบัติการโจมตีต่อกลุ่มฮามาสภายในกาซ่าทั้งทางภาคพื้นดินและทางอากาศ
ส่วนความเสียหายภายในฉนวนกาซ่านั้นมีอาคารถูกทำลายแล้ว กว่า 1,000 แห่ง ส่งผลให้มีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยแล้วกว่า 260,000 คน ส่วนใหญ่หลบภัยอยู่ตามสถานศึกษาที่อยู่ภายในการดูแลของสหประชาชาติ หรือยูเอ็น หลังอิสราเอลถล่มเป้าหมายที่อิสราเอลอ้างว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มฮามาสแบบทั้งวันทั้งคืน
อิสราเอลยังเผชิญกับการปะทะตามแนวชายแดนด้วย ล่าสุดเป็นที่ราบสูงโกลานทางภาคตะวันออกของประเทศติดกับประเทศซีเรีย โดยกองทัพอิสราเอลระบุว่า ถูกกองกำลังไม่ทราบสังกัดเปิดฉากยิงเข้าใส่ด้วยปืนเล็กทำให้อิสราเอลยิงตอบโต้กลับไปด้วยปืนครกและปืนใหญ่ ซึ่งเหตุนี้เกิดขึ้นหลังกองกำลังไม่ทราบสังกัดเปิดฉากยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ทหารอิสราเอลทางภาคเหนือติดกับประเทศเลบานอนทำให้อิสราเอลต้องยิงตอบโต้ด้วยปืนใหญ่เข้าไปทางตอนใต้ของเลบานอน คาดว่าเป็นนักรบกลุ่มฮิซบอลเลาะฮ์ที่ขู่จะบุกอิสราเอล
ด้านความเคลื่อนไหวของนานาชาติยังคงทยอยอพยพพลเมืองของตัวเองในอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง อาทิ อาร์เจนตินา บราซิล ไนจีเรีย สวิตเซอร์แลนด์ สเปน เกาหลีใต้ แคนาดา ฝรั่งเศส และออสเตรเลีย