การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานจากฟอสซิล ส่งผลให้พลังงานทดแทน พลังงานสะอาด และการใช้พลังงานในรูปแบบของไฟฟ้า มีแนวโน้มที่จะถูกใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นส่วนหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานของการพัฒนาระบบพลังงานในอนาคต ที่มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพในการใช้พลังงานโดยมุ่งเน้นการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมโรงงานผลิตหน่วยกักเก็บพลังงานและศูนย์วิจัยพัฒนา บริษัท นูออโว พลัส จำกัด (Nuovo Plus) ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง
ตอกย้ำการเป็นผู้นำผลิตแบตเตอรี่และการให้บริการแบตเตอรี่แบบครบวงจร ด้วยเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่ขั้นสูง รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ พร้อมกับการพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ ระบบบริหารจัดการเพื่อเพิ่มศักยภาพในการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

จุดกำเนิดของบริษัท นูออโว พลัส จำกัด หรือ NUOVO PLUS เป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท อรุณ พลัส จํากัด หรือ ARUN PLUS (ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ ปตท. ถือหุ้น 100% ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นเรือธงด้านยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจรของกลุ่ม ปตท.) ถือหุ้นในสัดส่วน 51% และบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ถือหุ้นสัดส่วน 49% ก่อตั้งเมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2565 ด้วยทุนจดทะเบียน 4,200 ล้านบาท
นายบุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน ปตท. และประธานกรรมการบริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด เปิดเผยว่า นูออโวดำเนินธุรกิจผลิต จัดจำหน่ายและให้บริการเกี่ยวกับแบตเตอรี่ลิเทียมสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน (แบตเตอรี่) เช่น แบตเตอรี่สำหรับรถโดยสารไฟฟ้า เรือไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้า และระบบกักเก็บพลังงานสำหรับกลุ่มธุรกิจเชิงพาณิชย์และโรงงานอุตสาหกรรม หรือที่อยู่อาศัย เป็นต้น

โดยนูออโว ร่วมกับบริษัท 24m ผู้นำระดับสากลด้านนวัตกรรมการผลิตแบตเตอรี่แบบกึ่งเหลวกึ่งแข็ง (Semisolid) ผ่านโรงงานต้นแบบขนาด 30 เมกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี ภายใต้แบรนด์ “G-Cell” เป็น Semi-solid li-ion battery ที่มีจุดเด่นเรื่องความปลอดภัยในการใช้งานสูง ป้องกันการลัดวงจรที่ระดับเซลล์ยูนิต
และหัวใจสำคัญ คือ สามารถรีไซเคิลได้ง่ายเมื่อแบตเตอรี่หมดอายุการใช้งานด้วยการออกแบบเซลล์ที่ไม่จำเป็นต้องใช้สารยึดเกาะ ใช้พลังงานน้อยลงและมีกระบวนการผลิตที่สั้นกว่า จึงเป็นแบตเตอรี่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

นับเป็นตัวเร่งผลักดันการสร้างธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจรและธุรกิจพลังงานสะอาดของกลุ่ม ปตท. ตั้งแต่การผลิต ออกแบบระบบ ให้บริการด้านเทคนิคและโซลูชั่นพลังงานแก่ลูกค้า รวมถึงงานวิจัยทั้งในด้านกระบวนการผลิต นวัตกรรมแบตเตอรี่และการรีไซเคิลแบตเตอรี่ เพื่อนำพาอุตสาหกรรมไทยและประเทศไทยเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เศรษฐกิจมูลค่าเพิ่ม และการเติบโตอย่างยั่งยืน
กล่าวได้ว่าปัจจุบันนี้ นูออโว คือ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแบตเตอรี่ประเภทลิเทียมไอออนฟอสเฟต Lithium iron phosphate battery (LFP) ภายใต้แบรนด์ “G-Cell” ด้วยนวัตกรรมการผลิตแบตเตอรี่กึ่งเหลวกึ่งแข็ง (SemiSolid) เทคโนโลยี แห่งแรกของประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากนี้ ยังถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายโอกาสการลงทุนด้านยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจรของกลุ่ม ปตท. กับธุรกิจแบตเตอรี่ของ GPSC เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนการผลิตต่อหน่วยที่ต่ำลง (Economy of Scale)
โดยเมื่อปลายปี 2565 ที่ผ่านมา นูออโว ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกับ Gotion Singapore Pte. Ltd. (Gotion) บริษัทในกลุ่มของ Gotion High-tech Co., Ltd. (Top-Tier Battery Player ในธุรกิจแบตเตอรี่ระดับโลก) จัดตั้งบริษัทร่วมทุนภายใต้ชื่อบริษัท เอ็นวี โกชั่น จำกัด (NV Gotion) ด้วยทุนจดทะเบียน 600 ล้านบาท ในสัดส่วนการลงทุน 51% และ 49% เพื่อ ดำเนินธุรกิจผลิตชุดแบตเตอรี่แบบ LFP ที่มีความปลอดภัยและคุณภาพสูง สำหรับตลาดยานยนต์และระบบกักเก็บพลังงานในรูปแบบต่างๆ ให้กับลูกค้า

ในนาม “NV Gotion” โรงงานแบตเตอรี่ระดับกิกะวัตต์ภายในประเทศไทย ที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ตั้งเป้าหมายขยาย กำลังการผลิตเป็น 4 กิกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี ในปี 2567 จากปี 2566 มีศักยภาพการผลิต 2 กิกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี และมุ่งสู่การขยายตลาดไปสู่ระดับภูมิภาค และจัดจำหน่ายในเชิงพาณิชย์
จากแนวความคิด “ทำยังไงก็ได้ให้ง่ายต่อการเสียบ” และด้วยนวัตกรรม จาก“รถ-สู่- ที่ชาร์จ” เป็น “ที่ชาร์จ-สู่-รถ” ช่วงต้นปี 2567 เตรียมจำหน่าย EPlvs By Nuovo Plus-อุปกรณ์กักเก็บและชาร์จพลังงานด้วยแบตเตอรี่แบบเคลื่อนที่อัจฉริยะ ทำหน้าที่เสมือนเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าแบบเคลื่อนที่ ไม่ต้องติดตั้งเป็นสถานีแบบถาวรเหมือนสถานีชาร์จไฟปัจจุบัน
เพราะสามารถใช้เป็นสถานีชาร์จด่วนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าไม่เจาะจงพื้นที่ เป็นจุดเด่นที่เครื่องชาร์จนี้สามารถเคลื่อนที่ไปหาผู้ใช้บริการได้โดยใช้จอยสติกควบคุมการเคลื่อนที่ ราคาเริ่มต้นที่ 3.5 ล้านบาท
ด้วย EPlvs มีขนาดความจุแบตเตอรี่สูงถึง 184 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) กำลังชาร์จอยู่ที่ 60 kWh DC(Direct Current-ชาร์จด่วน) จึงสามารถชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้มากถึง 6-9 คัน ขึ้นอยู่กับปริมาณและความจุของแบตเตอรี่รถ อีกทั้งยังมีหัวชาร์จแบบ DC CCS2 (หัวชาร์จมาตรฐานในตลาด) ซึ่งสามารถชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้เกือบทุกยี่ห้อ ใช้เวลาชาร์จไฟเข้าตัว EPlvs ประมาณ 6-8 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

EPlvs ช่วยแก้ปัญหาสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าไม่เพียงพอ หรือในบางสถานที่ไม่สามารถติดตั้งสถานีชาร์จ ก็สามารถนำ EPlvs ไปให้บริการแบบเคลื่อนที่ได้ในจุดที่ต้องการได้ โดยเฉพาะในบริเวณที่มีพื้นที่จำกัดอย่างห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ สำนักงาน คอนโดมิเนียม
หรือทั้งในสถานการณ์ฉุกเฉินที่รถยนต์ไฟฟ้ามีพลังงานไม่เพียงพอ ก็สามารถนำ EPlvs เคลื่อนที่ไปเติมพลังงานไฟฟ้าให้รถยนต์อีวีได้ทันที ไม่ต้องจอดรถรอใช้บริการที่สถานีชาร์จซึ่งมีจำนวนจำกัด
นอกจากนี้ ยังเปิดตัว Gendome Home 3000 อุปกรณ์กักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่แบบเคลื่อนที่ได้ หรือเพาเวอร์แบงก์สำหรับบ้านหรือกิจกรรมกลางแจ้ง เปรียบเสมือนแหล่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าติดตัวไปได้ทุกที่ ด้วยความจุแบตเตอรี่ที่สูงถึง 3 กิโลวัตต์ชั่วโมง
สามารถจ่ายไฟให้เครื่องใช้ไฟฟ้าได้เกือบทุกชนิด และยังมีระบบชาร์จไร้สาย (Wireless Charging) ติดตั้งอยู่ในตัว พร้อมปลั๊กไฟแบบ Universal รองรับการชาร์จไฟกลับเข้าเครื่องด้วยไฟบ้านธรรมดาที่เร็วที่สุดในตลาดแบตเตอรี่สำรองแบบพกพาใช้เวลาเพียง 50 นาที เหมาะสำหรับผู้บริโภคที่มีไลฟ์สไตล์ชอบท่องเที่ยวและสายแคมปิ้ง เพียงนำเครื่องนี้ติดรถไปด้วยก็สามารถใช้ไฟฟ้าได้เสมือนอยู่ที่บ้าน
พิเศษไปกว่านั้นคือ Gendome Home 3000 มีความสามารถในการชาร์จเร็วที่สุดในตลาดแบตเตอรี่สำรองแบบพกพา ด้วยการชาร์จแบบเร็วได้ 4 วิธี ใช้เวลาเพียง 50 นาที คือ 1.ชาร์จด้วยปลั๊กไฟใช้เวลาเพียง 1.20 ชั่วโมง กำลังการจ่ายไฟฟ้า 3,000 วัตต์ 2.ชาร์จด้วยแผง โซลาร์ต่อพ่วงได้มากที่สุด 1,500 วัตต์ ใช้เวลา 2.50 ชั่วโมง ซึ่งสามารถใช้แผงโซลาร์เซลล์ยี่ห้อใดก็ได้ในตลาดที่มีสาย MC4 และต่อเข้ากับหัวแปลงที่มีมาให้ในกล่องเพื่อต่อเข้ากับ Gendome 3.ชาร์จด้วย กระแสลมต่อพ่วงได้มากที่สุด 200 วัตต์
และวิธีสุดท้ายคือ ชาร์จทั้ง 3 แบบพร้อมกันกำลังการจ่ายไฟฟ้าสูงสุด 3,000 วัตต์ ใช้เวลาเพียง 1.20 ชั่วโมง สนนราคาเปิดตัวที่ 149,000 บาท ไม่รวมแผงโซลาร์เซลล์
Gendome Home 3000 สามารถจ่ายไฟให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าในชีวิตประจำวันได้ อย่างเช่น เครื่องปรับอากาศ กินไฟฟ้าประมาณ 1,200 วัตต์ต่อชั่วโมง ใช้ได้ประมาณ 2.3 ชั่วโมง ทีวี กินไฟฟ้าประมาณ 85 วัตต์ต่อชั่วโมง ใช้ได้ประมาณ 32.5 ชั่วโมง กาต้มน้ำร้อน กินไฟฟ้าประมาณ 1,500 วัตต์ต่อชั่วโมง ใช้ได้ประมาณ 1.8 ชั่วโมง เครื่องซักผ้า กินไฟฟ้าประมาณ 500 วัตต์ต่อชั่วโมง ใช้ได้ประมาณ 5.5 ชั่วโมง
ตู้เย็นกินไฟฟ้าประมาณ 200 วัตต์ต่อชั่วโมง ใช้ได้ประมาณ 13.8 ชั่วโมง โน้ตบุ๊กกินไฟฟ้าประมาณ 60 วัตต์ต่อชั่วโมง ใช้ได้ประมาณ 46 ชั่วโมง มือถือ กินไฟฟ้าประมาณ 10 วัตต์ต่อชั่วโมง ใช้ได้ประมาณ 276 ชั่วโมง โคมไฟกินไฟฟ้าประมาณ 60 วัตต์ ต่อชั่วโมง ใช้ได้ประมาณ 46 ชั่วโมง ไดร์เป่าผมกินไฟฟ้าประมาณ 800 วัตต์ต่อชั่วโมง ใช้ได้ประมาณ 3.5 ชั่วโมง
ด้วยศักยภาพการดำเนินธุรกิจด้านแบตเตอรี่แบบครบวงจรของ Nuovo Plus ปตท. เชื่อมั่นว่าจะสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ ผลักดันและส่งเสริมให้เกิดระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าอย่างครบวงจร เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทยให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ให้คนไทยเข้าถึงการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า และสร้างนวัตกรรมพลังงานสะอาด ร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน