ครอบครัวมีรายได้หลักจากการปลูก พืช สวนครัวจำหน่าย และยังเปิดจุดรวบรวมสินค้าเกษตรของชาวบ้านในพื้นที่ อ.บ้านโป่ง และ อ.โพธาราม อาทิ แตงกวา ตะไคร้ ถั่วฝักยาว หัวปลี มะละกอ ใบมะกรูด คะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้งนา ใบมะขามอ่อน และเห็ดสายพันธุ์ต่างๆ นำไปจำหน่ายตลาดศรีเมือง ตลาดกลางผักและผลไม้ จ.ราชบุรี
ที่ผ่านมาในแต่ละวันจะสามารถรวบรวมสินค้าได้จนเต็ม คันรถ แต่ปัจจุบันกลับเหลือสินค้าเกษตรเพียงแค่ครึ่งเดียว เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวน เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝนจากสถานการณ์เอลนีโญ ส่งผลให้ผักเสียหาย ประกอบกับต้นทุนการผลิตที่สำคัญอย่างปุ๋ยและสารเคมีเกษตร ปรับราคาขึ้นกว่าเท่าตัว ตลอดจนราคาซื้อขายที่ผันผวนจากการนำเข้าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศ
เกษตรกรจึงล้มเลิกกิจการ และหันไปประกอบ อาชีพอื่นแทน
อย่างไรก็ตาม เกษตรกรต่างคาดหวังว่าในปีนี้ จะมีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมเทศกาล กินเจ ซึ่งตรงกับวันที่ 15-23 ต.ค. โดยละเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์กันมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ราคาพืชผักขยับตัวสูงขึ้น ช่วยทำให้เกษตรกร มีรายได้ชดเชยจากก่อนหน้านี้ที่แทบจะปลูกขายแบบไม่เห็นกำไร
ถ้าเป็นไปได้อยากขอให้รัฐบาลช่วยควบคุม ทั้งปริมาณและราคาผักนำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน เพื่อไม่ให้ กระทบกับเกษตรกรไทย
แต่หากไม่สามารถควบคุมได้ เพราะเป็นเรื่องยาก ขอให้ช่วยลดราคาปุ๋ยเคมี และสารกำจัดแมลง-วัชพืช รวมถึงน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตสำคัญอย่างหนึ่ง
เพื่อให้เกษตรกรได้พอมีเงินเหลือไปใช้หนี้ และเลี้ยงปากท้องครอบครัวบ้าง