ในเมืองที่ไม่มีอนาคต ไร้ซึ่งความหวัง เพื่อที่จะหนีจากนรกแห่งนี้ เด็กหนุ่มคนหนึ่งต้องดิ้นรนทำทุกอย่างแม้มือจะเปื้อนเลือดก็ตาม Hopeless (คน/จน/ตรอก) ภาพยนตร์ทริลเลอร์ดราม่า ที่ตีแผ่ด้านมืดสุดดิบเถื่อนของสังคมออกมาได้อย่างสะเทือนอารมณ์
เรื่องราวของ ยอนกยู (ฮงซาบิน) หนุ่มน้อยที่อยากย้ายออกจากเมืองบ้านเกิดที่เต็มไปด้วยความรุนแรง เขาพยายามดิ้นรนพร้อมความหวังเดียวที่มีอยู่ คือ อยากใช้ชีวิตสงบสุขกับแม่ แต่โลกใบนี้ไม่เคยใจดีกับเขา จนในที่สุดเขาตกอยู่ในอันตรายและต้องการความช่วยเหลือ ในวินาทีนั้นเขาได้เจอกับหัวหน้าแก๊งอาชญากรรมระดับกลางอย่าง ชีกอน (ซงจุงกิ) และนั่นทำให้ ยอนกยู ติดหนี้ ชีกอน จนถลำลึกสู่โลกด้านมืดนอกกฎหมาย

Hopeless การันตีคุณภาพด้วยการเข้าร่วมประกวดในสาย Un Certain Regard ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีล่าสุด และได้รับการ Standing Ovation จากผู้ชมในรอบปฐมทัศน์อย่างล้นหลาม
ถือเป็นภาพยนตร์ที่พลิกบทบาทของพระเอกหนุ่มขวัญใจสาวๆ อย่าง ซงจุงกิ ที่เคยผ่านบทบาทพระเอกหล่อมาดเนี๊ยบมามากมาย และในเรื่องนี้เขาจะมาเปลี่ยนลุกส์เป็นหนุ่มหล่อมาดดิบทรงอย่างแบดหัวโจกของแก๊งอาชญากร

นอกจากนี้ Hopeless ยังเป็นการแจ้งเกิดอีกสองนักแสดงนำ ฮงซาบิน ที่ถือว่าเป็นคลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตามอง และ คิมฮยองซอ หรือ BIBI นักร้องสาวลุกส์เซ็กซี่ที่มารับบทเป็นน้องสาวของยอนกยู (ฮงซาบิน) กับลุกส์นักเรียนมัธยมปลายที่สลัดคราบความแซ่บของเธอออกจนหมด

ซงจุงกิ พูดถึง Hopeless เอาไว้ว่า “เรื่องนี้ไม่ใช่หนังแบบอ่อนโยนใจดี ผมเองสงสัยเหมือนกันว่าคนดูจะรู้สึกกับมันอย่างไร”
ตัวเขาเองเข้าร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้เพราะความรู้สึกว่ามัน ‘ดาร์กและอันตราย’ แต่เขาก็กังวลว่าค่าตัวของเขามันจะไปเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับต้นทุนการผลิต

“ผมไม่ต้องการให้หนังเป็นไปตามสูตรของภาพยนตร์เชิงพาณิชย์ เช่น การขับรถไล่ล่า เพราะมันไม่สอดคล้องกับความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ในเรื่องราว ผมอยากจะรักษาเสน่ห์ของหนังเรื่องนี้เอาไว้”
นักแสดงหนุ่มยังบอกอีกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นตัวอย่างว่าเขาในฐานะนักแสดงยังคงต้องการเล่นบทบาทที่หลากหลาย ซึ่งจะทำให้เขาปรับปรุงพัฒนาฝีมือของตัวเองได้มากขึ้น

ซงจุงกิ กำลังจะมีงานภาพยนตร์ของ Netflix เรื่อง My Name is Loh Kiwan ที่เล่าถึงชีวิตของชายหนุ่มผู้แปรพักตร์จากเกาหลีเหนือและลี้ภัยไปยังเบลเยียม กับอีกเรื่องภาพยนตร์แนวดราม่าอาชญากรรมเรื่อง Bogota : City of the Lost ที่บอกเล่าเรื่องราวของผู้อพยพที่เริ่มทำข้อตกลงอันตราย เพื่อเอาชีวิตรอดในโบโกตา
นอกจากนี้ในช่วงที่ผ่านมาเขายังเข้าร่วมออดิชั่นงานแสดงในต่างประเทศ และหวังว่าจะได้ทำงานในระดับอินเตอร์ในขณะที่ความนิยมของนักแสดงเกาหลีในระดับนานาชาติกำลังเติบโต

“ผมเองอยากมีประสบการณ์การทำงานในระบบและวัฒนธรรมที่แตกต่างออกไป ต้องขอบคุณความสามารถของนักแสดงเกาหลี ซึ่งทำให้ผู้คนมากมายหันมาสนใจนักแสดงเอเชีย”
มากไปกว่าบทบาทการแสดงในจอ เรื่องราวชีวิตจริงของเขาคนนี้ก็กลายมาเป็นจุดเปลี่ยนที่หลายคนให้ความสนใจเช่นกัน เมื่อมีข่าวว่าเขาคบหากับอดีตนักแสดงสาวชาวอังกฤษ เคที หลุยส์ ซอนเดอร์ส และแต่งงานกันในเดือนมกราคม ที่ผ่านมา ก่อนที่ในเดือนมิถุนายน เขาจะกลายเป็นคุณพ่อมือใหม่ มีลูกชายตัวน้อยมาเป็นโซ่ทองคล้องใจ เจ้าตัวบอกว่าเขาเองกำลังเรียนรู้กับการเป็นพ่อคน ทั้งเขาและภรรยาไม่มีเวลาส่วนตัวที่จะดูหนังด้วยกันสักเรื่อง แม้แต่ Hopeless ก็เช่นกัน

“ในฐานะพ่อแม่มือใหม่ ซึ่งเป็นประสบการณ์ใหม่ของเรา ทำให้เราไม่สามารถที่จะมานั่งดูหนังด้วยกันได้ แต่เราจะหาเวลาไปดูเรื่องนี้กันตอนที่เราพอจะมีเวลา”
ก่อนหน้านี้ ซงจุงกิ เคยให้สัมภาษณ์สื่อว่าเขาอยากจะ ‘เบรก’ งานบันเทิง หลังจากกลายมาเป็นสามีและเป็นพ่อ โดยบอกว่าครอบครัวสำคัญกับเขามากกว่า ซึ่งหลังจากให้สัมภาษณ์ไปก็โดนกระแสดราม่าหนักหน่วง โดยผู้คนมองว่าภรรยาเป็นตัวการทำให้เขาตัดสินใจแบบนี้
แต่ล่าสุดเขาก็ได้ออกมาชี้แจงเรื่องนี้ว่า สิ่งที่เขาพูดอาจทำให้หลายคนไม่สบายใจ ดังนั้นเขาจึงใคร่ครวญถึงความจำเป็นที่ต้องระมัด ระวังคำพูดมากขึ้น

พร้อมบอกอีกว่า ทั้งเขาและภรรยา เจอเรื่องราววิพากษ์วิจารณ์มากมาย ตั้งแต่มีข่าวว่าพวกเขาคบหากัน โดยเฉพาะภรรยาของเขาที่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในวงการบันเทิงแล้ว ก็โดนโจมตีหนัก แต่สิ่งที่พวกเขาเจอกลับเป็นเรื่องที่ท้าทาย สอนให้ได้เติบโตขึ้น และเขาเองได้เรียนรู้แง่คิดบวก จากภรรยาของเขาเอง รวมไปถึงการที่เธอสนับสนุนเขาให้ร่วมงานกับทางบีบีซี อังกฤษ ที่น่าเป็นโปรเจ็กต์ในอนาคตของ ซงจุงกิ ที่เราจะได้เห็นกันอีกด้วย
ส่วนตอนนี้มาติดตามชมผลงานหนัง เรื่องล่าสุดของหนุ่มคนนี้กันก่อน Hopeless (คน/จน/ตรอก) เข้าฉายให้ชมวันนี้ใน โรงภาพยนตร์