เป็นประเด็นร้อนของพรรคก้าวไกลที่ต้องเร่งทำให้ข้อเท็จจริงปรากฎ สำหรับข้อกล่าวหาสส.และสมาชิกพรรค ต่อการคุกคามและความรุนแรงทางเพศที่ปรากฏเป็นข่าว
ภายหลัง นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคก้าวไกล และ น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ คณะกรรมการวินัยพรรค แถลงยอมรับในเคสที่พรรคสั่งลงโทษไปแล้ว และข้อกล่าวหาที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ ท่ามกลางกระแสกดดันให้เร่งทำทุกอย่างให้ชัดเจน

เบญจา แสงจันทร์
ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 ต.ค. น.ส.เบญจา แสงจันทร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เผยว่า พรรคก้าวไกลได้จัดตั้งคณะทำงานพิเศษ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงทางเพศ เพื่อยกระดับ ความเข้าใจเกี่ยวกับการรับมือและการป้องกันปัญหาการคุกคาม และความรุนแรงทางเพศ ให้ทุกองคาพยพของพรรคมีความเข้าใจ ที่เท่าเทียมกัน สอดคล้องคุณค่าหลัก (Core Value) ของพรรค ที่ยึดถือเรื่องความเสมอภาคทางเพศ ต่อต้านการคุกคามและยุติความรุนแรงทางเพศเพื่อให้สอดคล้องกับพลวัตของสังคม
คณะทำงานพิเศษชุดนี้จะประกอบด้วยคนในพรรคและคนนอก ที่มีความรู้ มีทักษะ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ มาทำงานร่วมกัน โดยมีตนเป็นประธาน องค์ประกอบเบื้องต้น ได้แก่ 1.นักวิชาการ 2.สหวิชาชีพ เช่น นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ ที่จะช่วยยกระดับความเข้าใจด้านการช่วยเหลือผู้ที่ถูกคุกคาม หรือถูกกระทำความรุนแรง ทางเพศให้กล้าเรียกร้อง เปิดเผยเรื่องราว ซึ่งจะเป็นแนวทางให้พรรคในอนาคตว่าหากเผชิญสถานการณ์เช่นนี้จะเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่ถูกกระทำ อย่างไร 3.ประธานคณะกรรมการวินัยของพรรค 4.ตัวแทนทีมนโยบายของพรรค 5.ฝ่ายจัดการอบรมของพรรค โดยในอนาคตอาจมีการร่วมออกแบบคู่มือสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่แก่บุคลากรฝ่ายต่างๆ 6.ตัวแทนจากฝ่ายเครือข่ายของพรรค เพื่อให้สามารถนำเรื่องนี้ไปทำงาน ในระดับพื้นที่ด้วย
จากการหารือในที่ประชุม สส.เมื่อ 17 ต.ค. ทุกคนต่างเห็นพ้องกันว่าการแก้ไขและป้องกันปัญหาการคุกคามและความรุนแรงทางเพศ เป็นวาระสำคัญเร่งด่วนที่พรรคต้องดำเนินการ รวมถึงเป็นวาระของสังคมที่ทุกพรรคต้องร่วมกันผลักดันและถูกตรวจสอบ โดยหลังจากนี้อีก 1 สัปดาห์ ตนจะออกแบบการทำงานและผลลัพธ์ที่คาดหวังจากคณะทำงานพิเศษฯ เพื่อเสนอต่อกรรมการบริหารพรรคต่อไป
สิ่งที่คาดหวังจากการมีคณะทำงานพิเศษฯ นี้ ไม่ได้ต้องการยกว่าพรรคก้าวไกลมีมาตรฐานเรื่องนี้สูงส่งกว่าคนอื่น แต่เพื่อยกระดับ การทำงานของพรรคด้านการรับมือและป้องกันปัญหาจากการคุกคามและความรุนแรงทางเพศ ให้สอดคล้องกับพลวัตของสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย สร้างกระบวนการบนพื้นฐานของความเข้าใจที่ตรงกัน ส่งเสริมความเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ทำให้เกิดการละเมิดเสรีภาพทางเพศตามมา คณะทำงานพิเศษฯ จะจัดทำ ข้อเสนอต่อพรรคถึงแนวทางการปรับโครงสร้าง กระบวนการและมาตรการต่างๆ เช่น การทบทวนองค์ประกอบและสัดส่วนกรรมการวินัย การทบทวนกระบวนการในการรับเรื่องร้องเรียนและดำเนินการ การสร้างความตระหนักรู้เรื่องความเท่าเทียมทางเพศแก่บุคลากร การสร้างสถานที่ทำงานที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน เพื่อแก้ป้องกันปัญหาการคุกคามและความรุนแรงทางเพศ ส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศ ให้สมกับที่ประชาชนคาดหวัง
“ในระยะยาวหวังว่าหากทำได้สำเร็จ จะไม่ได้เป็นเพียงการยกระดับการยุติความรุนแรงทางเพศภายในพรรคเท่านั้น แต่จะเป็นจุดเริ่มต้นในการยกระดับการเมือง ยกระดับมาตรฐานสังคมไทยในภาพรวมไปพร้อมกัน” น.ส.เบญจากล่าว

กรุณพล เทียนสุวรรณ
ด้าน นายกรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึง ความคืบหน้าการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณี สส.พรรคถูกกล่าวหาคุกคามทางเพศ ว่า ต้องให้ความยุติธรรมด้วยเนื่องจากโทษที่จะได้รับค่อนข้างสูงมาก การสืบหาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านจึงเป็นสิ่งสำคัญ หากตัดสินผิดหรือตัดสินตามกระแสสังคมจะเท่ากับหมดอนาคตทางการเมืองตลอดชีวิต กรรมการบริหารพรรคจำเป็นต้องแสวงหา ข้อเท็จจริงทั้งฝั่งผู้ร้องและผู้ถูกร้อง การเรียกผู้ร้องมาให้ถ้อยคำ ที่ใช้เวลานานเนื่องจากผู้ร้องเองรอเพื่อน รอเอกสาร รอหลักฐาน ฝ่ายกรรมการวินัยซึ่งเป็นสส.ก็มีงานสภาที่ต้องทำค่อนข้างมาก และยังมีคณะกรรมการภายนอก เวลาไม่ตรงกันทำให้เลื่อนนัด ไปเรื่อยๆ แต่ใกล้จะเสร็จแล้ว
และพรรคได้ตั้งคณะทำงานพิเศษเพื่อทำให้จบเรื่องนี้ได้เร็วที่สุด รวมถึงการทำให้คณะทำงานมีความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น เนื่องจากกระแสสังคมค่อนข้างหนัก จึงให้บุคคลภายนอกเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อทำให้ข้อครหาหมดไปอย่างชัดเจน หากใช้เพียงคณะกรรมการ ในพรรคอาจทำให้เกิดการตั้งข้อสงสัยได้ โดยได้ทาบทามบุคคล ที่จะอยู่ในสัดส่วนสตรี นักกฎหมาย สิทธิต่างๆ เข้ามา

พริษฐ์ วัชรสินธุ
เมื่อถามกรณีมีข่าวคนที่ 4 ของพรรคก้าวไกลที่อาจเข้าข่าย มีคดียาเสพติดร่วมกับการคุกคามทางเพศด้วย นายกรุณพลยืนยันว่า คดียาเสพติดเป็นข่าวโคมลอย เป็นเฟกนิวส์ เพราะมีแต่คำกล่าวหา สส.ก้าวไกลติดยา หากเข้าไปดูในเพจที่เป็นผู้เริ่มต้นกล่าวหาในปี 59-60 ยังไม่ทราบเลยเป็นใคร และตอนนั้นเป็นรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พรรคก้าวไกลยังไม่เกิดขึ้นเลย เป็นเรื่องไร้สาระมากๆ กรณีนี้เกิดจากเมื่อมีข่าวของพรคก้าวไกลก็มีบัตรสนเท่ห์ส่งมาที่พรรค ไม่บอกตัวตนผู้ร้อง ไม่มีชื่อผู้ถูกร้อง เราจึงตั้งเป็นตุ๊กตาไว้แต่โอกาสที่จะเป็นจริงต่ำ ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและไม่มียาเสพติดในพรรคแน่นอน ส่วนกรณีล่าสุดที่ถูกกล่าวหาว่าทีมงานของพรรค จ.สกลนคร ทำร้ายร่างกายผู้หญิง ต้องดูว่าเป็นทีมงานสส.หรือของพรรค และทำร้าย ร่างกายรูปแบบใด ข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏ ต้องใช้เวลาในการสืบสวนของเท็จจริง
เมื่อถามว่าหากไปตรวจสอบพรรคอื่นจะถูกตั้งคำถามหรือไม่ นายกรุณพลเชื่อว่าถูกตั้งคำถามแน่นอน แต่ต้องแยกเป็นกรณี อย่าเอาความผิดพลาดของพรรคก้าวไกลมาเป็นกรอบป้องกันการตรวจสอบความถูกต้องของรัฐบาล หรือพรรคร่วมรัฐบาล เพราะเราตีแล้ว เรายอมรับสิ่งที่เราทำผิด แต่สิ่งที่คุณทำทุจริต พรรคก้าวไกลก็พร้อมตรวจสอบในฐานะฝ่ายค้านเชิงรุก เราไม่มีนโยบายหรืออุดมการณ์ปกป้องคนผิด ยิ่งคนผิดนั้นเป็นคนของพรรคก้าวไกล