บีบีซีรายงานวันที่ 19 ต.ค. ถึงความคืบหน้าสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ฉนวนกาซ่า หลังกองกำลังฮามาสในปาเลสไตน์เปิดฉากโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ก่อนกองทัพอิสราเอลจะตอบโต้ดุเดือด และเพิ่งเกิดโศกนาฏกรรมระเบิดถล่มโรงพยาบาลอัล-อาห์ลี อาหรับ ในเมืองกาซ่าซิตี เมื่อค่ำวันอังคารที่ 17 ต.ค. ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 471 ราย และ ได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวนมาก โดยฝ่ายกองกำลังฮามาสกล่าวหาว่าอิสราเอลอยู่เบื้องหลัง ส่วนอิสราเอลระบุว่ากองกำลังฮามาสโจมตีเองเพื่อสร้างสถานการณ์

ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกาซึ่งเดินทางเยือนอิสราเอลเพื่อแสดงความสนับสนุนต่อนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู เมื่อ 18 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลอียิปต์เห็นชอบเปิดด่านข้ามชายแดนราฟาห์เพื่อให้รถบรรทุกสิ่งของช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม 20 คันเดินทางข้ามไปยังพื้นที่พิพาท นายอาเหม็ด ฟาห์มี โฆษกประธานาธิบดีอียิปต์ ออกแถลงการณ์ว่า “ประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซิซี แห่งอียิปต์ และประธานาธิบดีอเมริกา โจ ไบเดน ได้ตกลงที่จะส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างยั่งยืนไปยังฉนวนกาซ่าผ่านทางด่าน ราฟาห์” แต่ไม่ได้ระบุวันที่แน่ชัด นอกจากนี้นายไบเดนยังกล่าวว่าเหตุโจมตีโรงพยาบาลเป็นการยิงจรวดที่ผิดพลาดโดยกลุ่มก่อการร้าย “จากข้อมูลที่เราได้เห็นจนถึงปัจจุบันดูเหมือนว่าเป็น ผลจากจรวดที่ผิดพลาดซึ่งยิงโดยกลุ่มก่อการร้ายในฉนวนกาซ่า” นายไบเดนกล่าวกับผู้สื่อข่าวในตอนท้ายของการเดินทางเยือนอิสราเอล ด้านทางการรัสเซียระบุว่าจะส่งของช่วยเหลือ 27 ตันไปให้ผู้ประสบภัยความขัดแย้งนองเลือดในฉนวนกาซ่าผ่านทางอียิปต์เช่นกัน

วันเดียวกัน นายกรัฐมนตรีริชี ซูนัค ผู้นำอังกฤษ เดินทางถึงอิสราเอลเพื่อพบปะหารือกับนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู และประธานานธิบดีไอแซก เฮอร์ซอก รวมถึงเดินทางประเทศต่างๆ ระหว่างทริปเยือนตะวันออกกลาง 2 วัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน