แม้กระแสรถยนต์ไฟฟ้า 100% (อีวี) จะค่อนข้างแรงในช่วงนี้ แต่ผู้บริหารสาว ‘พี่เจี๊ยบ’ มนวรา เพชรพลากร ผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาด และผู้จัดการทั่วไปส่วนงานองค์กรสัมพันธ์ แห่งค่ายฮอนด้า ออโตโมบิล ยังคงยืนยันว่า เทคโนโลยี ไฮบริด เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้าในปัจจุบันมากกว่า

◆ ใช้ไฮบริดสบายใจกว่า
เทรนด์ของรถยนต์ในอนาคต น่าจะไปทางรถอีวีค่อนข้างแน่นอน แต่ระหว่างที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งยังไม่มีความพร้อมในหลายด้าน เช่น จำนวนสถานีชาร์จ อาจจะยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม ฮอนด้าเองไม่ได้ปฏิเสธในส่วนของรถอีวี อีกทั้งยังมีแผนในการนำรถอีวี มาเปิดตัวในประเทศไทย

แต่ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง ฮอนด้าเองมองว่าเทคโนโลยีไฮบริด ตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะรถขนาดกลาง ถึงใหญ่ ที่ขับเป็นระยะทางไกลๆ รถยนต์ไฮบริด ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ e:HEV เติมน้ำมันเต็มถัง วิ่งได้ประมาณ 1,000 ก.ม. จึงสามารถใช้งานได้อย่างสบายใจกว่า

◆ แผนการเปิดตัวรถอีวี
อยู่ระหว่างเตรียมการอย่างรอบคอบ เพราะความสะดวกสบายของการใช้งาน ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ผลิตรถยนต์ มีสต๊อกอะไหล่เพียงพอ ช่างเทคนิคพร้อมให้บริการ รวมถึงการผลักดันให้โชว์รูมที่มีอยู่กว่า 220 แห่ง เป็นสถานีชาร์จรถอีวี กระจายไปทั่วประเทศ เตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนที่จะเปิดตัวทำตลาด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ที่ตัดสินใจเลือกฮอนด้าไปใช้งาน

◆ ผลกระทบจากการมาของรถอีวี
อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ เป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจประเทศไทยอย่างมาก หากรวมยอดการผลิตรถยนต์ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง จะคิดเป็น 11% ของจีดีพี นอกจากนี้ ยังเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญอีกด้วย จึงต้องการให้รัฐบาลพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยยังรักษาสมดุล และพัฒนาเศรษฐกิจไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง ฮอนด้าไม่ได้ปฏิเสธการเปลี่ยนผ่านไปยังรถอีวี แต่ยังคงเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีไฮบริด ยังเป็นผลิตภัณฑ์หลักต่อไป ที่ให้ทั้งความประหยัด สะดวกสบาย และช่วยลดมลพิษ หากมีการพิจารณาในส่วนของภาษีสรรพสามิต จะช่วยให้ลูกค้าคนไทยเข้าถึงรถยนต์ไฮบริดได้ง่ายยิ่งขึ้น

◆ ภาพรวมตลาดรถยนต์ปีนี้
คาดว่าปีนี้ยอดขายตลาดรวมรถยนต์จะอยู่ที่ 840,000 คัน จากที่เมื่อต้นปีมองกันไว้ที่ 850,000-900,000 คัน เป็นผลกระทบจากสถาบันการเงิน มีความเข้มงวด ปฏิเสธการให้สินเชื่อลูกค้า แต่สำหรับฮอนด้าลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคุณภาพ จึงไม่ได้รับผล กระทบในส่วนนี้ ยังคงยืนยันตัวเลขยอดขายปีนี้ไว้ที่ 100,000 คัน แม้ช่วงครึ่งแรกจะออกตัวได้ค่อนข้างช้า เพราะมีผลกระทบจากการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ ทำให้ไม่สามารถผลิตรถยนต์ได้ตามความต้องการของลูกค้า

แต่ครึ่งปีหลังปัญหาดังกล่าวได้คลี่คลายไปหมดแล้ว จากเมื่อปีที่แล้วมียอดขาย 86,000 คัน ยอดขาย 9 เดือนสามารถทำได้แล้ว 70,000 คัน มั่นใจว่า 3 เดือนที่เหลือ จะทำได้ตามเป้าหมายอย่างแน่นอน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน