เรียกถกทูตพาณิชย์ทั่วโลก 3 พ.ย.นี้ แก้เกมส่งออกรับมือสงครามอิสราเอล-ฮามาส ยังหวังทั้งปี โต 1% หลัง 9 เดือนแรกติดลบ 3.8%
นายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย ช่วง 9 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ย.) ปี 2566 ว่า การส่งออก มีมูลค่า 213,069 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 3.8% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 218,902 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 6% ส่งผลให้ ดุลการค้าขาดดุล 5,832 ล้านเหรียญสหรัฐ
ส่วนการส่งออกในเดือนก.ย.2566 สามารถพลิกกลับ มาขยายตัวเป็นบวกเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันโดยมีมูลค่า 25,476 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 2.1% การนำเข้ามีมูลค่า 23,383 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 8.3% โดย ดุลการค้าพลิกกลับมาเกินดุล 2,092 ล้านเหรียญสหรัฐ
“แนวโน้มการส่งออก 3 เดือนที่เหลือของปีนี้น่าจะดีและเป็นบวกต่อเนื่อง เนื่องจากประเทศต่างๆ ยังเร่งนำเข้าสินค้าเกษตรเพื่อรับมือภัยแล้ง เป็นช่วงฤดูกาลสั่งซื้อ ในเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ค่าเงินบาทอ่อน และยังมีแรงหนุนจากเศรษฐกิจจีน ทำให้ภาพรวมส่งออกปีนี้ติดลบน้อยกว่าที่หลายสำนักคาดการณ์ เป้าหมายคือขยายตัวบวก 1% เราจะพยายามเต็มที่ แต่ถ้าสุดท้ายติดลบก็ไม่เสียใจ”
นายกีรติกล่าวถึงผลกระทบจากกรณีสงครามอิสราเอล-ฮามาสว่า ขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออก ของไทยเพราะอิสราเอลทำการค้ากับไทยน้อยมากแต่ต้องจับตาว่าความรุนแรงจะขยายวงหรือไม่ โดยในวันที่ 3 พ.ย.นี้ จะมีการหารือร่วมกับทูตพาณิชย์จากทั่วโลก เพื่อประเมินสถานการณ์การส่งออกของไทย
นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่าคาดว่าการส่งออก ช่วงโค้งสุดท้ายจะสดใสขึ้น เนื่องจากปัญหาขาดแคลนชิพคลี่คลายแล้ว ค่าระวางเรือก็ราคาทรงตัวทำให้คาดว่า ทั้งปีนี้การส่งออกไทยจะขยายตัวติดลบเพียง 1% เท่านั้น
ส่วนกรณีสงครามอิสราเอลนั้น ขณะนี้ยังไม่ส่งผล กระทบต่อการส่งออกไทย เพราะผู้ส่งออกได้มีการรับออร์เดอร์ สั่งซื้อสินค้าล่วงหน้ามาก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อที่จะทยอย ส่งออกในช่วง ต.ค.-ธ.ค.2566 ขณะที่การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศยังทำได้ตามปกติ ค่าระวางเรือยังไม่มีการปรับ สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าขณะนี้มีปัจจัยเสี่ยงที่จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ ภาวะราคาน้ำมันในตลาดโลกจะปรับสูงขึ้นหรือไม่ และความเสี่ยงจากภัยสงคราม กรณีรุนแรงมากขึ้น เบื้องต้นผู้ส่งออกได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการเร่งผลิต และส่งมอบให้เร็วขึ้น