กทม.2 ดินแดง – เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ที่อาคารไอราวัตพัฒนา นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร (สภากทม.) สมัยประชุมสามัญ โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. คณะผู้บริหาร สก. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม
นายวิพุธ ศรีวะอุไร สก. เขตบางรัก ได้ตั้งกระทู้ถามสด เรื่อง แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างเร่งด่วน เนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงปลายฤดูฝนและกำลังเข้าสู่ฤดูหนาว มีแนวโน้ม ความกดอากาศที่สูงขึ้น อากาศไม่ถ่ายเท ทำให้สถานการณ์ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 เริ่มกลับมาวิกฤตอีกครั้ง
นายวิพุธกล่าวว่า ที่ผ่านมากรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้แจ้งเตือนพื้นที่กทม. ดัชนีคุณภาพอากาศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ จึงขอเสนอแนะเพิ่มเติมในเรื่องของเครื่องฟอกอากาศ 1,743 เครื่อง ที่กทม.ได้จัดซื้อให้กับเด็กอนุบาล เป็นสิ่งที่ดี แต่อย่าลืมว่ากทม.ก็มีนักเรียนในระดับอื่น จึงขอให้กทม.ดำเนินการให้ครอบคลุมด้วย
นายชัชชาติกล่าวว่า มาตรการลดฝุ่นที่ทำมาตลอด 365 วัน ไม่ได้ทำเฉพาะช่วงที่มีฝุ่น คือ การตรวจแหล่งกำเนิด เช่น สถานประกอบการ โรงงาน แพลนต์ปูน สถานที่ก่อสร้าง ตรวจสอบยานพาหนะ สภาพรถ และควันรถที่สถานที่ต้นทาง เช่น ขนส่ง อู่รถโดยสารประจำทาง และ ฮอตสปอต จุดความร้อนเผาไหม้จากดาวเทียม ซึ่งในพื้นที่ของกทม.จะพบอยู่รอบนอกฝั่งตะวันออกที่มีการทำเกษตรกรรม แต่ส่วนใหญ่การเผาจะอยู่ในต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ และลมพัดเข้ามา
ในส่วนของแผนลดฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ของกทม. ประกอบด้วย การติดตาม เฝ้าระวังโดยนักสืบฝุ่น ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อวิจัยแหล่งกำเนิดฝุ่น ร่วมกับทำ Riks Map ติดตั้งเซ็นเซอร์ ปัจจุบันมี 700 กว่าจุด ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 1,000 จุด และสร้างการมีส่วนร่วมโดย Traffy Fondue ไว้ให้ประชาชนแจ้งเหตุ ส่งเสริมการใช้รถอีวี โดยการ เพิ่มสถานีชาร์จไฟ รวมถึง Feeder สนับสนุนรถอัดฟางแก่เกษตรกรแก้ไขปัญหาการเผา
สำหรับแผนบริหารจัดการฝุ่นระยะวิกฤต จะเพิ่มมาตรการที่เข้มข้นขึ้น ในระดับสีส้ม (37.6-75 มคก./ลบ.ม.) จัดตั้งวอร์รูม แจ้งเตือนประชาชน และมีแอพพลิเคชั่น AirBKK ที่ปรับปรุงให้มีความละเอียดขึ้น พยากรณ์ได้แม่นยำและล่วงหน้าได้มากขึ้น ประสานกับตำรวจจราจรเรื่องการห้ามจอดรถบนถนนสายหลักและถนนสายรอง เพิ่มความถี่ ในการตรวจต้นตอฝุ่น ในภาคประชาชน เพิ่มมาตรการเข้มโรงเรียน สู้ฝุ่น 437 แห่ง แจกหน้ากากอนามัยเชิงรุก จัดหน่วยแพทย์เคลื่นที่ 50 เขต คลินิกมลพิษทางอากาศ 7 แห่งพร้อมขยายเวลาทำการ
ในระดับสีแดง (75.1 มคก./ลบ.ม. ขึ้นไป) จะมี LINE Alert เตือน ประกาศพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ แจ้งให้หยุดการก่อสร้างในบางพื้นที่ สนับสนุนให้คนมาใช้ BTS ด้วยการอาจมีการลดหรืองดค่าโดยสารส่วนต่อขยาย อีกทั้ง กทม.ยังมีเครือข่าย Work from Home ที่มีบริษัทร่วมด้วย 100 บริษัท รวม 40,000 คน ซึ่งหากมีการประกาศขอความร่วมมือเวิร์กฟรอมโฮม บริษัทเหล่านี้ก็พร้อมให้ความร่วมมือ และติดต่อ ขอทำฝนหลวงในพื้นที่ เป็นต้น
เรื่องฝุ่นคงต้องร่วมกันทุกภาคส่วน เพราะฝุ่นบางส่วนก็ไม่ได้มาจาก กทม. การนำมาตรฐานยูโร 5 มาใช้ คาดว่าจะทำให้ฝุ่นลดลงได้ ในระดับนึง สำหรับเรื่องมาตรการความเดือดร้อนรำคาญ การควบคุมการก่อสร้าง เป็นหน้าที่โดยตรงของกทม. ซึ่งในอนาคตจะนำข้อมูลโครงการก่อสร้างต่างๆ ขึ้นแผนที่เพื่อให้ผู้รับผิดชอบเข้าไปตรวจสอบ เพื่อติดตามความถูกต้องต่อไป