เอเอฟพีรายงานวันที่ 26 ต.ค. ถึงสถานการณ์ความขัดแย้งนองเลือดที่ยังยืดเยื้อในพื้นที่ฉนวนกาซ่าว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) เรียกร้องให้กองกำลังฮามาสแสดงหลักฐานการมีชีวิตของตัวประกันที่คาดว่ายังอยู่ในการคุมขังราว 224 คน และขอให้ปล่อยตัวประกันทั้งหมดด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ นอกจากนี้ยังกล่าวว่าคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศควรได้รับอนุญาตให้ทำการรักษาพยาบาลในทันทีเพื่อยืนยันสถานะและสุขภาพของกลุ่มตัวประกัน
ดร.ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ระบุในแถลงการณ์หลังหารือกับหน่วยงานตัวประกันและครอบครัวที่สูญหายของอิสราเอล ว่ามีความกังวลอย่างยิ่งต่อสุขภาพของตัวประกัน รวมถึงเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและเด็กมากถึง 30 คน “มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ผู้จับกุมตัวประกันต้องแสดงสัญญาณการมีชีวิต หลักฐานการให้บริการด้านสาธารณสุข และปล่อยผู้ถูกลักพาตัวโดยทันทีด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรมและสุขภาพ”
ขณะที่ความสูญเสียตั้งแต่กองกำลังฮามาสเปิดฉากโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ก่อนกองทัพอิสราเอลจะตอบโต้อย่างต่อเนื่องในช่วง 20 วันที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตรวมเพิ่มเป็นอย่างน้อย 8,400 ราย ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน แบ่งเป็นเหยื่อในอิสราเอล 1,400 ราย และชาวปาเลสไตน์มากกว่า 7,000 ราย เป็นเด็กเกือบ 3,000 ราย แต่คาดว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มสูงขึ้นหากอิสราเอลเดินหน้าปฏิบัติการรุกภาคพื้นดินซึ่งนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล ประกาศว่าจะมีการรุกภาคพื้นดินอย่างแน่นอน แต่ไม่ชี้ชัดว่าเมื่อไหร่
ด้านกองกำลังป้องกันอิสราเอล (ไอดีเอฟ) ระบุว่าโจมตีเป้าหมายทางตอนเหนือของฉนวนกาซ่าด้วยรถถังและกองร้อยทหารราบ “ช่วงข้ามคืนที่ผ่านมาไอดีเอฟดำเนินการโจมตีแบบกำหนดเป้าหมายทางตอนเหนือของฉนวนกาซ่าโดยใช้รถถังซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมการสำหรับการสู้รบขั้นต่อไป” พร้อมย้ำว่า “ทหารออกจากพื้นที่เมื่อสิ้นสุดภารกิจ”