แลนด์บริดจ์ หรือโครงการสะพานเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมทะเล อ่าวไทย-อันดามัน กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง ภายหลังที่ประชุมครม. เมื่อ 16 ต.ค. 2566 มีมติรับทราบหลักการโครงการดังกล่าว

โดยที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ช่วงเดินสาย ไปร่วมเวทีโลก พบปะผู้นำ นักธุรกิจต่างชาติได้หยิบเรื่องนี้มาโปรโมต โดยเฉพาะการเยือนครั้งจีนครั้งล่าสุด

ต่อเนื่องมาถึงงานปาฐกถาพิเศษ “เร่งเครื่องติดสปีดเศรษฐกิจไทย” ที่ย้ำว่าแลนด์บริดจ์ จะเป็นเมกะโปรเจ็กต์ใหญ่ที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง และเป็นหนึ่งในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกัน การเดินหน้าโครงการเมกะโปรเจ็กต์ มูลค่าสูงเกือบ 7 แสนล้านบาท ทำให้มีข้อกังวลจากนักเศรษฐศาสตร์

นายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นด้วยกับโครงการแลนด์บริดจ์ เป็นโครงการที่น่าสนใจและดีมาก เพราะเป็นการร่นระยะทาง ลดต้นทุนการขนส่ง ทำให้ไทยเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคทางมหาสมุทรกับทางทะเล

และยังชดเชยการก่อสร้างที่ต้นทุนสูงและมีผลกระทบ เช่น กรณีจะสร้างคลองกระ ซึ่งเป็นโครงการที่มีความเสี่ยงด้านความมั่นคง และอื่นๆ ขณะที่แลนด์บริดจ์ต้นทุนจะน้อยกว่า ในแง่โครงสร้าง พื้นฐาน ลดต้นทุนความเสี่ยงด้านความมั่นคง โดยหลักการคิดว่า เป็นโครงการที่ดี

แต่สิ่งสำคัญคือรัฐบาลต้องประเมินตัวโครงการท่ามกลางโลก ที่มีความเปลี่ยนแปลงเยอะ และต้องพึ่งพาความร่วมมือจากเอกชนอย่างมหาศาล รวมถึงต้องมี PPP คือการดึงภาคเอกชนมาเป็นหุ้นส่วนกับภาครัฐ และยังเกี่ยวข้องกับต่างประเทศด้วย

ดังนั้น รัฐบาลต้องคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้อย่างละเอียดว่าจะใช้งบประมาณเท่าไรในภาวะที่เศรษฐกิจโลกมีความผันผวน

ถ้าดำเนินมาตรการดี ยังมีคนที่สนใจจะลงทุน แต่สิ่งที่ต้องระวังคือข้อจำกัดทางเสถียรภาพทางการคลังของเราที่เป็นเรื่องใหญ่ เพราะเสถียรภาพการคลังตอนนี้ปริ่มน้ำ หนี้สาธารณะอยู่ที่กว่า 60 % ทั้งที่ควรจะต่ำกว่านี้ ตรงนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่รัฐบาลปรับเรื่องของดิจิทัลวอลเล็ต

ขณะที่งบลงทุนมี 20% ส่วนงบรายจ่ายประจำมีท่าทีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ข้อจำกัดเหล่านี้ ทำให้รัฐบาลต้องดึงเอกชนเข้ามาร่วมให้มากที่สุด

โครงการนี้จะทำสำเร็จตามเป้าหรือไม่ขึ้นอยู่กับการบริหารโครงการ ที่ต้องประเมินรอบด้าน และขึ้นอยู่กับฝีมือของคนทำ เวลานี้โลกเปลี่ยน ไปเยอะต้องประเมินงบประมาณให้ดี และประเมินค่าใช้จ่ายที่จะกระทบกับการคลังของประเทศ

คนที่จะเข้ามาทำต้องมีความสามารถวิเคราะห์ในเรื่องเหล่านี้ ถ้าวิเคราะห์โครงการลงทุนขนาดใหญ่พลาด และเมื่อดำเนินการไปถึงจุดหนึ่งแล้วไม่เป็นไปตามเป้ารายได้ที่วางไว้ งบประมาณจะบานปลาย ความตั้งใจที่จะพัฒนาพื้นที่และชุมชนใกล้เคียงไม่เป็นไปตามเป้า อาจจะเกิดปัญหา

นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ที่อาจส่งผลกระทบขึ้นได้ เพราะโครงการเป็นการช่วยเชื่อมเพื่อย่นระยะทางระหว่างมหาสมุทรและทะเล

ธนวรรธน์ พลวิชัย ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย กล่าวว่า โครงการที่จะช่วยลดระยะเวลาการเดินเรือ มักประสบความสำเร็จด้านเศรษฐกิจ ภูมิประเทศไทยอยู่ในกรอบด้ามขวานที่อยู่ระหว่าง 2 ฝั่งทะเลจึงมีความคิดย่นเวลาการคมนาคม โครงการที่คิดกันมานานคือคลองกระ ต่อเนื่องมาจนถึงแลนด์บริดจ์

จากแนวคิดคลองกระมาสู่การสร้างสะพาน สะท้อนว่าที่คนเลิกพูดถึงการขุดคลองเพราะการสร้างสะพานเป็นที่ยอมรับว่าคุ้มค่า และมีโอกาสสำเร็จมากกว่า รัฐบาลจึงเลือกรับทราบ และทราบว่ามีการศึกษามาหลายครั้ง

แต่เรื่องที่ท้ายคือการกำหนดไทม์ไลน์รับทราบความเห็นจากประเทศ ต่างๆ และเริ่มโรดโชว์ในต่างประเทศมาแล้ว ซึ่งต้นปี 67 อาจมีการออก หนังสือชี้ชวนเพื่อทำ PPP จูงใจให้มาร่วมลงทุน

ประเด็นสำคัญคือตัวดีมานด์ ความต้องการในการเดินเรือมีจริง หรือไม่ บริษัทเดินเรือที่เคยใช่ช่องแคบมะละกา สิงคโปร์ สนใจที่จะมาใช้บริการแลนด์บริดจ์หรือไม่ จึงต้องไปสำรวจจากบริษัทเดินเรือ

โครงการแลนด์บริดจ์ไม่ใช่การนำเรือข้ามมาอีกฝั่ง แต่เป็นการ ขนย้ายสินค้าจากท่าเรือฝั่งหนึ่งมาขนถ่ายใส่เรืออีกฝั่ง จึงต้องดูว่ากระบวนการยกขึ้น-ลง และการขนสินค้าขับเคลื่อนบนถนนกินเวลาเท่าไร

คำถามคือเรารู้ได้อย่างไรว่าเกิดความคุ้มค่า ดังนั้นต้องมีการสำรวจดีมานด์ ถ้าไม่มีดีมานด์เงินจะมาจากไหน คืนทุนได้ในกีปี จะสร้างกำไร ได้กี่เท่า วันนี้เรายังไม่รู้ว่ามีรายได้เท่าไหร่ รู้แต่รายจ่ายเพราะโครงการมีมูลค่า 1 ล้านล้านบาท

ดังนั้นหากจะพูดว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยต้องดูจากผลการศึกษาที่มีความชัดเจน บริษัทเดินเรืออันดับต้นๆ ของโลกสนับสนุนหรือไม่ แหล่งรายได้จะมาจากไหน จำนวนเท่าไร แน่นอนหรือไม่ คุ้มกับค่าใช้จ่ายหรือไม่

ทราบว่ามีการศึกษาแต่ไม่มีการสรุป ไม่มีการเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้ รวมถึงการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน