“ ตายังคงดูดาว เท้ายังคงติดดิน ยืนหยัดอยู่ข้างประชาชนอย่างเข้มแข็งมั่นคง” น.ส.แพทองธาร ชินวัตร กล่าวทิ้งท้ายไว้ในการแสดงวิสัยทัศน์ ภายหลังได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่
ซึ่งไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายของสังคม ท่ามกลางแกนนำและสส. ในพรรคที่แสดงความเห็นสนับสนุนมาตลอด
แล้วอนาคตพรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของ น.ส.แพทองธาร จะเป็นอย่างไร
ด้วยวัยวุฒิและคุณวุฒิของหัวหน้าพรรคที่ถือเป็นคนรุ่นใหม่ จะคุมเกมในพรรคได้หรือไม่
สุขุม นวลสกุล
อดีตอธิการบดี ม.รามคำแหง
การที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยเลือกน.ส. แพทองธารขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่นั้น พรรคคงคิดไว้ล่วงหน้า โดยการวางตัวเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคไว้ก่อน และสิ่ง ที่พรรคเพื่อไทยต้องพยายามสร้างคือการสร้างผู้นำที่เป็นคนรุ่นใหม่ เพราะคู่แข่งสำคัญในการเลือกตั้งครั้งหน้าค่อนข้างชัดว่าเป็นพรรคก้าวไกล
ขณะที่ น.ส.แพทองธาร มีช่วงวัยของอายุที่มีภาพความเป็นคนรุ่นใหม่ ทันสมัย เป็นบุคคลที่สมบูรณ์แบบที่สุดของพรรคเพื่อไทยในขณะนี้ แต่ก็หนักใจแทนเพราะต้องสู้กับพรรคก้าวไกล ซึ่งกลุ่มคนที่สนใจการเมืองและเป็น ผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมายังติดใจว่าโดนหักหลัง
พรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่สุดท้ายพรรคเพื่อไทยกลับได้เป็นนายกฯ แล้วก็มีเสียงดังว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคก้าวไกลชนะการเลือกตั้งแน่ เพราะความเห็นใจที่ว่าก้าวไกลควรจะได้รอบนี้แต่กลับไม่ได้
ที่ผ่านมาแม้น.ส.แพทองธาร จะมีคะแนนป๊อปปูล่าร์โหวตเหนือกว่านายเศรษฐา แต่ก็แพ้คะแนนป๊อปปูล่าร์โหวตของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกลมาแล้ว
เชื่อว่าคนจะยังติดใจและเห็นใจนายพิธาอยู่ ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับ น.ส.แพทองธารว่าหลังจากนี้จะสร้างบทบาทอะไรที่ทำให้คนเห็นว่าน่าจะมอบความไว้วางใจให้ดูแลบ้านเมืองต่อได้
ตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่หากไม่ใช่น.ส.แพทองธาร มองว่าภายในพรรคจะเกิดความระส่ำระสาย ไม่เกิดความเป็นเอกภาพได้ แต่เมื่อเป็นน.ส.แพทองธาร เหมือนเป็นการตีตราประทับ
เพราะพรรคเพื่อไทยในความรู้สึกของผู้คนแม้กระทั่งนักการเมืองรู้สึกว่าพรรคนี้เป็นพรรคที่มีเจ้าของ ผู้คนจะเชื่อมั่นถ้าพรรคลงเอยด้วยนามสกุลชินวัตรก็ใช่เลย สามารถสอดประสาน ดึงความร่วมมือได้จาก สส.ทุกรุ่น ฝ่ายต่างๆ เชื่อมั่นว่าความเป็นชินวัตรจะสามารถปกคลุมหรือดูแลพวกเขาได้
เมื่อได้เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่แล้วเป็นการปูทางไปสู่การเป็นนายกฯ ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่นั้น เราอย่าไปปวดหัวกับการเมืองล่วงหน้า 3-4 ปี คิดแค่ว่าเขามาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่ออะไร ส่วนจะทำสำเร็จไปถึงจุดนั้นหรือไม่ต้องดูต่อไป
ขอให้มองการเมืองไทยแบบระยะสั้น เหมือนที่ส่วนตัวกำลังมองว่าทำไม น.ส.แพทองธารถึงประกาศตัวเร็ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่า น.ส.แพทองธารเชื่อมั่นว่าพรรคของเขาจะได้ครองใจประชาชนต่อ

สถาพร เริงธรรม
สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์
คณะมนุษยศาสตร์ฯ ม.ขอนแก่น
ข้อดีที่ น.ส.แพทองธาร นั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคือเป็นคนข้างในที่อยู่กับเพื่อไทยมาตลอด จึงรู้อุดมการณ์และกลไกการทำงาน รวมถึงเป็นคนรุ่นใหม่จะทำให้พรรคเพื่อไทยสามารถรีแบรนด์ปรับโฉมได้มากขึ้น เพื่อพยายามลงมาสัมผัสประเด็นใหม่ๆ ทางสังคม ไม่ยึดติดกับนโยบายแบบเก่าๆ ที่ผ่านมา
และความเป็นผู้หญิงบริหารงานจะครอบคลุมในมิติต่างๆ ได้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันกระแสสังคมจับตาเรื่องความสัมพันธ์ทางสังคมในรูปแบบใหม่ๆ การที่ผู้หญิงมาเป็นหัวหน้าพรรคจะได้ความสดใหม่ เป็นจุดที่น่าสนใจเพิ่มมากขึ้น
ส่วนน.ส.แพทองธาร จะคุมสส.ในพรรคได้หรือไม่นั้น ตอบได้อย่างมั่นใจว่าคุมได้ เนื่องจากน.ส.แพทองธาร มีที่ปรึกษาที่สำคัญหลายคน ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลในพรรคอยู่แล้วจึงไม่น่ามีปัญหาเรื่องการควบคุมสส.
ขณะเดียวกัน ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าพรรคเพื่อไทยจะสลัดภาพของนายทักษิณ ชินวัตร ออกไปได้ เพราะในอดีตพรรคเพื่อไทยเปลี่ยนผู้นำพรรคส่วนใหญ่จะเป็นคนในครอบครัวตระกูลชินวัตร มีเพียงนายสมัคร สุนทรเวช ที่ไม่ใช่คนในตระกูลชินวัตร ที่มาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค เมื่อน.ส.แพทองธารเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ภาพคนตระกูลชินวัตรที่ยึดโยงพรรคก็ยังอยู่
ส่วนแรงเสียดทานที่ น.ส.แพทองธารต้องเตรียมรับมือคือ 1.ต้องบริหารพรรคได้ด้วยตนเองโดยใช้บารมีของคนในครอบครัวให้มากที่สุด ไม่ใช่คนอื่น
2.ความต้องการของสังคมที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ต้องกำหนดนโยบายใหม่ๆ ขึ้นมาให้พรรคใช้เป็นทิศทางทางการเมือง
3.กระแสสังคมปัจจุบันยังมีความขัดแย้งกันอยู่ ถึงแม้จะเบาบางลงในเรื่องความชอบธรรมของนายทักษิณที่กลับมา ที่มีบางกลุ่มดีใจและมีบางกลุ่ม ไม่ปลื้ม
นอกจากนี้ บทบาทพรรคแกนนำรัฐบาลที่หักหลังเพื่อนมาจัดตั้งรัฐบาล ทำให้กลุ่มคนที่ไม่ศรัทธาการทำงานแบบนี้จะลุกขึ้นมาเรียกร้องและแสดงออกมาในรูปแบบต่างๆ ในเชิงการคัดค้านการทำงานของพรรค
อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญคือสถานการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศที่ลุกลามไปหลายจุด ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่น่าสนใจของขั้วมหาอำนาจ ฉะนั้นแรง เสียดทานจากกลไกภายนอกจะเป็นอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้การทำงานของพรรคเพื่อไทยที่เป็นแกนนำรัฐบาลยากลำบากในการตัดสินใจ
เป็นไปได้อยู่แล้วที่การวางตัวน.ส.แพทองธารเป็นหัวหน้าพรรค เพื่อปูทางการเป็นนายกฯ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขทางการเมือง ไม่ใช่สิ่งที่เกินคาดหมายอะไร
แต่การรีแบรนด์ครั้งนี้จะส่งผลต่อความนิยมของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ต้องดูผลงานของรัฐบาล ที่สำคัญคือนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตต้องทำให้ได้ก่อน และดูผลตอบรับ หากประสบความสำเร็จเหมือนนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค คะแนนของพรรคเพื่อไทยก็จะกลับมา
แต่กระแสสังคมตอนนี้ต่อคะแนนนิยมพรรคถือว่ายาก ถึงแม้จะเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากมาย
ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์
คณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต
กรณีน.ส.แพทองธารนั่งหัวหน้าเพื่อไทย เป็นการยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยเป็นของครอบครัวชินวัตร พรรคเพื่อไทยเป็นของนายทักษิณ ชินวัตร
และในแง่อายุ น.ส.แพทองธารเพิ่ง 30 กว่าๆ เป็นการลดระดับอายุหัวหน้าพรรคลงมามาก อาจไม่ใช่ปัจจัยที่ตอบโจทย์คะแนนเสียง หรือความนิยมของคนรุ่นหนุ่มสาวเป็นสำคัญ แต่ตอบโจทย์ทรัพยากรภายในครอบครัวมากกว่า
แต่ก็มีจุดเด่นคือทำให้คนรุ่นใหม่ อาจมองเห็นการประสานระหว่างคนสองรุ่นมากขึ้น คือคนที่มีบทบาทในพรรคเพื่อไทยตอนนี้มีแนวโน้มเป็นผู้สูงอายุ ที่เป็นคนคุมเกมในพรรค เห็นได้ว่าการบริหารจัดการในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาไม่บรรลุเป้าหมายต่อการสร้างคะแนนเสียง ต้องดูว่าจะมีขบวนการใด และตำแหน่งต่างๆจะมีคนหนุ่มสาวและกลุ่มบุคคลที่หลากหลายเข้าไปร่วมบริหารงานของพรรค แค่ไหน
เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านและจะทำให้มองเห็นอนาคตของพรรคเพื่อไทยได้ชัดขึ้น แต่ปัญหาอย่างหนึ่งด้านภาพลักษณ์ของน.ส.แพทองธาร คือเลือกตั้งที่ผ่านมาเกิดการจดจำแก่คนทุกระดับตามคลิปที่จัดเผยแพร่โดยทั่วไปคือ “ปิดสวิตช์ส.ว. ปิดสวิตช์ 3 ป. คนไทยมีกินมีใช้”
จนกลายเป็นซอฟต์เพาเวอร์เชิงลบ เกิดปัญหาภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำของคนรุ่นใหม่ แม้ว่าในทางการเมืองขณะนี้พรรคเพื่อไทยอาจไม่แคร์คะแนนเสียง แต่ผลจะสะท้อนถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า
ช่วงแต่งตั้งนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี และมีการอภิปรายนโยบายรัฐบาล ส่วนตัวได้จัดทำโพล คนเจน Z ที่เรียนในมหาวิทยาลัย ถึงความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลของนายเศรษฐา และจะทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้หรือไม่ ผลออกมาว่าไม่เชื่อมั่นสูงถึง 65% ขณะที่ความเชื่อมั่นอยู่ที่ 6% เท่านั้น นี่คือภาพสะท้อนปมปัญหาสำคัญสำหรับน.ส.แพทองธาร ที่เข้ามานำเพื่อไทย จะแก้ไขได้หรือไม่
ส่วนน.ส.แพทองธารจะคุมเกมในพรรคเพื่อไทยได้ หรือไม่นั้น คงต้องมองที่คนคุมเกมจริงๆ ตลอดช่วง หาเสียงมาจนกระทั่งถึงการจัดตั้งรัฐบาล คงไม่มีใครคิดถึงน.ส.แพทองธาร แต่คิดถึงผู้หลักผู้ใหญ่ของครอบครัวมากกว่า
ประชาชนยังมองว่า น.ส.แพทองธารยังไม่ใช่ตัวจริงเสียงจริงที่คนในพรรคจะต้องฟัง แต่เป็นคนที่อยู่เบื้องหลังมากกว่าที่เขาจะแคร์ ดังนั้น การควบคุมพรรคหรือทิศทางของพรรคไม่น่าจะเป็นบทบาทของ น.ส.แพทองธาร ในช่วงนี้
หากถามว่าการนั่งหัวหน้าเพื่อไทยของน.ส.แพทองธาร มองไปถึงแคนดิเดตนายกฯ ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป หรือไม่ ครอบครัวชินวัตรคงหวังเช่นนั้น เพราะคนอื่นแม้จะภักดีต่อพรรคเพื่อไทย แต่ก็ยังมีความคิด วิธีการจัดการปัญหาที่อาจต้องเจรจาและประนีประนอมกัน
ฉะนั้น กรณีของน.ส.แพทองธาร จะเหมือนกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่สามารถผลักดันให้ขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศได้อย่างรวดเร็ว