ว่าด้วย ซอฟต์เพาเวอร์ ความหมายเข้าใจง่ายๆ
“การขยายอิทธิพลโดยไม่ใช้กำลังบังคับคุกคาม”
ไม่ว่าจะเป็นอิทธิพลทางความคิด วัฒนธรรม บันเทิง กีฬา ฯลฯ สร้างอำนาจ ชื่อเสียง รายได้แก่ชนชาติเจ้าของซอฟต์ เพาเวอร์
ตัวอย่างความสำเร็จ ย้อนไปไกลหน่อย “ฮอลลีวู้ด” ของอเมริกา ขยายอิทธิพล ผ่านภาพยนตร์ ผ่านนักแสดง
ย้อนไม่ไกลก็ “ซีรีส์-เคป๊อป” ของเกาหลี ขยายอิทธิพลผ่านละคร ศิลปินนักร้อง คนทั้งโลกติดซีรีส์เกาหลีงอมแงม คลั่งศิลปินเคป๊อปราวเทพบุตรเทพธิดา
ส่งออกความเป็นอเมริกา-เกาหลี สร้างอำนาจ ชื่อเสียง และรายได้แก่ประเทศมหาศาล
เมืองไทยอุดมสมบูรณ์และรักสงบ เลยไม่จริงจังส่งออกซอฟต์เพาเวอร์
กระทั่งโลกเปลี่ยนไป ยุคสมัยเปลี่ยนแปลง ประเทศประสบความสำเร็จซอฟต์เพาเวอร์ ทำให้เห็น “ความยิ่งใหญ่-ร่ำรวย” ยิ่งกว่าค้าขายส่งออกแบบเดิมๆ
วันนี้ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชนต่าง ตื่นตัว อยากเห็นซอฟต์เพาเวอร์ไทยยิ่งใหญ่ เหมือนเจ้าโลกซอฟต์เพาเวอร์ประเทศอื่นๆ
รัฐบาลปัจจุบันตั้งคณะกรรมการซอฟต์ เพาเวอร์แห่งชาติ ขึ้นมาขับเคลื่อนผลักดัน เป็นวาระแห่งชาติ
จริงๆ แล้ว เมืองไทยมีของดีมากมาย สามารถเป็นซอฟต์เพาเวอร์ พลังไทยพลังโลก
“มวยไทย” ควรได้เป็นกีฬาสากลตั้งนานแล้ว ได้บรรจุในมหกรรมกีฬานานาชาติ โอลิมปิก-เอเชียนเกมส์
ประเทศต่างๆ ส่ง “นักกีฬามวยไทย”มาร่วมแข่งขัน เฉกเช่นยูโดของญี่ปุ่นเทควันโดของเกาหลี
40-50 ปีก่อน เรามีประธานโอลิมปิคไทย ‘เสธ.วี’ พล.อ.อ.ทวี จุลละทรัพย์ กว้างขวางมากบารมีในโอลิมปิกสากล
ถ้ารัฐบาลยุคนั้นมีวิสัยทัศน์ ถ้าคนวงการมวยรวมทั้งคนไทยจำนวนหนึ่ง ลด “ชาตินิยมสุดโต่ง” ผูกขาดมวยไทย ต้องคนไทยชก ต้องคนไทยชนะเท่านั้น แพ้ฝรั่งถูกประณาม “ขายชาติ”
ถ้าร่วมกันส่งเสริมผลักดันวันนั้น วันนี้ในโอลิมปิก-เอเชียนเกมส์ พวกเราคงได้เชียร์นักมวยไทยชกมวยไทยชิงเหรียญกับนักมวยไทยจากทั่วโลก
อีกซอฟต์เพาเวอร์ “หนัง-ละคร” ของไทยยากจะพัฒนา ยากจะแข่งขันกับใครๆ
อุปสรรคปัญหาสำคัญ กฎระเบียบล้าหลังคร่ำครึ กดครอบทับ ด้วยคำว่า “เซ็นเซอร์”
เราดูซีรีส์ต่างประเทศ เพลิดเพลินชวนติดตามแล้วหันมามองหนัง-ละครไทย พล็อตเดียวกัน อิงประวัติศาสตร์คล้ายๆ กัน ทว่าของไทยไม่มีทางผ่านเซ็นเซอร์
หนัง-ละครไทยส่วนใหญ่เลยต้องเอาตัวรอดจำยอมเอาใจอำนาจ ตามใจตลาด
แล้วจะหาคุณภาพระดับสูงไปสู้ระดับโลกได้อย่างไร ?!
นายเจ็ดอักษร