เมื่อวันที่ 29 ต.ค. เอเอฟพีรายงานว่า กองทัพอิสราเอลยกระดับภารกิจตอบโต้บุกฉนวนกาซ่าภาคพื้นดินเพื่อกวาดล้างกลุ่มนักรบฮามาสพร้อมเรียกร้องให้พลเรือนที่ไม่เกี่ยวข้องอพยพลงสู่พื้นทางใต้ของกาซ่า ซึ่งจะมีความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ท่ามกลางเสียงเตือนจากคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ หรือไอซีอาร์ซี ถึงวิกฤตด้านมนุษยธรรมหลังยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงเกือบ 1 หมื่นรายแล้ว
สหประชาชาติ หรือยูเอ็น เตือนว่า ปฏิบัติบุกฉนวนกาซ่าภาคพื้นดินที่เริ่มขึ้นของกองทัพอิสราเอลนั้นอาจส่งผลให้มีพลเรือนต้องสูญเสียชีวิตเพิ่มอีก ขณะที่นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวว่า สงครามเข้าสู่ระยะที่สองและจะยากลำบากกินเวลายาวนาน
สงครามครั้งรุนแรงที่สุดระหว่างอิสราเอลและฮามาสที่เข้าสู่วันที่ 22 เริ่มขึ้นหลังนักรบ ฮามาสเปิดฉากโจมตีสายฟ้าแล่บข้ามฉนวนกาซ่าเข้ามาสังหารพลเรือนอิสราเอลและชาวต่างชาติ มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,400 ราย และมีตัวประกันถูกจับไปหลายร้อยคน ขณะที่การตอบโต้ของอิสราเอลด้วยการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มฮามาสในกาซ่าส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 8,000 ราย
นางมีรยานา สโปลจาริก ประธานไอซีอาร์ซี กล่าวแสดงความตกตะลึงถึงระดับวิกฤตสุดขั้วของความทุกข์ยากที่เกิดขึ้นในกาซ่า พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายถอดชนวนความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นความล้มเหลวระดับขีดสุดด้านมนุษยธรรมที่ประชาคมโลกไม่สามารถยอมรับได้ อาคารบ้านเรือนกว่าครึ่งในกาซ่าพังราบเป็นหน้ากลองและผู้อยู่อาศัยครึ่งหนึ่งจาก 2.4 ล้านคนปราศจากที่พักอาศัย ทั้งยังเกิดการปล้นฆ่าอย่างไร้ขื่อแป
ด้านบีบีซีรายงานว่า สถานการณ์ภายในกาซ่าหลังอิสราเอลส่งกำลังภาคพื้นดินบุกเข้าภายในยังไม่แน่ชัดหลังระบบสื่อสารและอินเตอร์เน็ตถูกตัดอย่างสิ้นเชิงเป็นเวลานานกว่า 1 วันครึ่ง โดยระบบการสื่อสารเริ่มกลับมาใช้งานได้แล้ว