ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์สู้รบโจมตีในอิสราเอล-กาซ่า ทำให้เกิดความสูญเสียอย่างมาก ทั้งชีวิตและได้รับบาดเจ็บ รวมถึงความเสียหายต่อทรัพย์สินต่างๆ อย่างประเมินค่ามิได้
อิสราเอล ประเทศในตะวันออกกลางที่มีคนไทยไปทำงานเป็นจำนวนมาก เนื่องจากได้รับอัตราค่าจ้างที่สูง รวมแล้วมีแรงงานไทยเกือบ 3 หมื่นคน
สงครามที่เกิดขึ้น จึงส่งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งที่ในพื้นที่สู้รบและพื้นที่ใกล้เคียง มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 30 ราย บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง ถูกจับเป็น ตัวประกันอีกเกือบ 20 คน
รัฐบาลไทย พยายามประสานงานกับประเทศที่เกิดเหตุและประเทศใกล้เคียง รวมถึงประเทศที่ต้องใช้เส้นทางการบินผ่าน เพื่ออพยพคนไทยกลับโดยปลอดภัยที่สุด
กระทรวงการต่างประเทศ แถลงความคืบหน้าผลกระทบต่อคนไทยจากสถานการณ์ดังกล่าวว่ามีผู้เสียชีวิต 32 ราย ผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้น 1 คนเป็น 19 คน และถูกจับกุมเพิ่มขึ้น 1 คนเป็น 19 คน
ช่วยเหลือนำกลับมาถึงประเทศแล้วรวม 26 เที่ยวบิน รวมทั้งสิ้น 5,639 คน และจะดำเนินการอพยพรับกลับเรื่อยๆ จนกว่าสถานการณ์ในพื้นที่จะปกติ
พร้อมทั้งออกประกาศเตือนและเรียกร้องให้คนไทยเดินทางกลับประเทศเป็นระยะ เนื่องจากกองทัพอิสราเอลประกาศยกระดับเพิ่มปฏิบัติการภาคพื้นดินบริเวณฉนวนกาซ่าอย่างเข้มข้น
น่าจะส่งผลให้สถานการณ์สู้รบรุนแรงยิ่งขึ้น เป็นอันตรายต่อชีวิตและความปลอดภัย รวมถึงมีความเป็นไปได้ว่าการสู้รบจะขยายพื้นที่ ซึ่งส่งผลต่อการเดินทางขนย้ายและกระทบต่อกระบวนการอพยพด้วย
นายกรัฐมนตรี แถลงว่ารัฐบาลมีความห่วงใยคนไทยในอิสราเอลอย่างยิ่ง และเรียกร้องให้เดินทางกลับประเทศโดยเร็วที่สุด โดยขอเชิญชวนให้ญาติพี่น้องที่อยู่ในจังหวัดต่างๆ ช่วยแจ้งให้ผู้ที่ยังตัดสินใจอยู่ต่อให้พิจารณาเปลี่ยนใจกลับประเทศโดยเร็วที่สุด
ส่วนกระทรวงมหาดไทยได้ทำหนังสือไปยังแต่ละจังหวัด ให้ประสานไปยังครอบครัวผู้ใช้แรงงานในอิสราเอล เพื่อชักชวนให้ผู้ที่ตัดสินใจอยู่ต่อเดินทางกลับ เพื่อความมั่นใจว่าให้มีความปลอดภัยในชีวิตไว้ก่อน
โดยยืนยันว่าจะอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับ พร้อมทั้งเร่งออกมาตรการเยียวยาหาทางลดภาระต่างๆ ให้อย่างเต็มที่ เนื่องจากอยากให้ทุกคนปลอดภัย ไม่เกิดความสูญเสียอีก
การช่วยเหลือแรงงานไทยซึ่งติดอยู่ในสงครามครั้งนี้ เป็นภารกิจสำคัญต้องดำเนินการต่อเนื่องไป ขณะเดียวกันการช่วยเหลือเยียวยา และการเตรียมงานรองรับและอาชีพหลังจากนี้ก็มีความสำคัญและจำเป็นเช่นกัน