ในโอกาสครบรอบ 23 ปี สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. “รำลึกอุดมการณ์ สานสัมพันธ์กว้างไกล กับการบริหารแนวใหม่” พร้อมมอบรางวัล 1 คนดีมีจริยธรรม 1 หน่วยงาน และคนดีศรี พอช. โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานเปิดงาน
โดยมี นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ พอช. กล่าวรายงานการจัดงาน และ นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ พอช. กล่าวรายงานครบรอบ 23 ปี พอช. และการก้าวสู่ปีที่ 24 พร้อมทั้ง นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้บริหารกระทรวง พม. ผู้บริหาร พอช. และภาคี เครือข่ายเข้าร่วมงาน ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ถนนนวมินทร์ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 26 ต.ค.2543 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. เป็นองค์การมหาชนสังกัดกระทรวง พม. ซึ่งเกิดขึ้นจากการรวมกันระหว่าง 2 หน่วยงานคือ สำนักงานกองทุนพัฒนาชนบท และสำนักงานพัฒนาชุมชนเมือง พอช. มุ่งเน้นการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ ธุรกิจเอกชน และประชาสังคม รวมทั้งประชาชน ตลอดจนชุมชนที่เข้ามามีส่วนร่วมสำคัญ

นายวราวุธ รมว.พม. กล่าวว่า จากการทำงานในรัฐบาล ตนรู้จักกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่เกิดจากความร่วมมือของหลายๆ หน่วยงาน เช่น โครงการบ้านมั่นคงเมืองและชนบท โครงการพัฒนาชุมชนริมคลอง และโครงการบ้านพอเพียง ซึ่งตนได้เคยลงพื้นที่ไปมอบบ้านให้กับกลุ่มเป้าหมายของกระทรวง พม. ซึ่ง พอช. ร่วมกับพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) และภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างบ้านให้กับผู้ประสบปัญหาอุทกภัย ซึ่งในครั้งนั้น ตนได้เห็นถึงรอยยิ้มของพี่น้องประชาชน และได้เห็นความร่วมมือของกระทรวง พม. ที่ร่วมกันทำงาน ให้เป็นไปตามนโยบายที่ว่า “พม.หนึ่งเดียว”
“พอช. ซึ่งเป็นองค์การมหาชนหนึ่งเดียวของกระทรวง พม. ซึ่งปีนี้ครบรอบ 23 ปี และก้าวเข้าสู่ปีที่ 24 ซึ่งได้มีโอกาสมาเห็นถึงความเข้มแข็ง และการทำงานอย่างต่อเนื่องตลอด 23 ปี ทำให้หลายองค์กรชุมชนในประเทศไทยมีความเข้มแข็งขึ้น มีการรวมตัว ทำให้สังคมไทยในระดับรากหญ้ามีความเข้มแข็งมั่นคงขึ้นด้วย และจากนี้ไป ปีที่ 24 พอช.จะต้องเร่งเข้าไปพัฒนาและแก้ปัญหาต่างๆ ในแต่ละชุมชน จะมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น เนื่องจากบริบทความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยและสังคมโลก รวมถึงสิ่งต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป” นายวราวุธกล่าวแสดงความยินดีพร้อมกล่าวต่อว่า
นับเป็นสิ่งที่ พอช.จะต้องนำมาปรับและประยุกต์ สร้างความตระหนัก และการรับรู้ให้กับพี่น้องประชาชนในทุกๆ ชุมชน

“กระทรวง พม.มีหลายกรม มี 2 รัฐวิสาหกิจ และอีก 1 องค์การมหาชน การที่ จะทำงานและประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ภายนอก ทั้งต่างกระทรวงและภาคเอกชน สิ่งที่สำคัญคือ
เราจะต้องรวมตัวทุกกรม ทุกรัฐวิสาหกิจ และทุกองค์การมหาชน ให้เป็นหนึ่งเดียว ดังนั้น การทำงานภายใต้พรมของ พม.หนึ่งเดียว นั้น คือหัวใจสำคัญในการที่จะทำให้ภารกิจและปัญหาของพี่น้องประชาชนสามารถแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพและ มีความรวดเร็ว เพราะจะเป็นการส่งผลสะท้อนถึงการทำงานร่วมกันกับหน่วยงาน อื่นๆ และภาคเอกชนด้วย” นายวราวุธกล่าวอย่างมุ่งมั่น