วันที่ 31 ต.ค. เอเอฟพีรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศของอิสราเอลแจ้งว่า น.ส.ชานี ลูค ช่างสักหญิงชาวเยอรมัน-อิสราเอล วัย 23 ปีที่ถูกกองกำลังฮามาสลักพาตัวหลังโจมตีงานเทศกาลดนตรีซูเปอร์โนวาในทะเลทรายของอิสราเอล เมื่อ 7 ต.ค.นั้น เสียชีวิตลงแล้ว โดยพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลผ่านการวิเคราะห์ดีเอ็นเอจากชิ้นส่วนกะโหลกศีรษะ
นายกรัฐมนตรีโอลาฟ ชอลซ์ ของเยอรมนี กล่าวว่าน.ส.ลูคถูกฆ่าอย่างโหดร้าย แสดงให้เห็นถึงความป่าเถื่อนเบื้องหลังการโจมตีของกลุ่มฮามาสซึ่งต้องรับผิดชอบ และอิสราเอลมีสิทธิ์ที่จะปกป้องตัวเอง ก่อนหน้านี้ ครอบครัวกล่าวว่าเห็นน.ส.ลูคในวิดีโอเพราะผมทรงเดรดล็อคและรอยสักที่โดดเด่น ตอนแรกแหล่งข่าวปาเลสไตน์ระบุว่า น.ส.ลูคเจ็บสาหัสที่ศีรษะและ เข้ารักษาที่โรงพยาบาลในฉนวนกาซ่า แต่ต่อมารัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลโพสต์ข้อความว่า “ชานีซึ่งถูกลักพาตัวไปจากงานเทศกาลดนตรี ถูกฮามาสทรมานและพาแห่ไปรอบๆ ฉนวนกาซ่า ประสบกับความสยดสยองที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้ ใจเราแตกสลาย”
สำหรับความคืบหน้าสงครามอิสราเอลกับฮามาส นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวว่าการหยุดยิงจะไม่เกิดขึ้น ขณะที่สหประชาชาติเตือนว่าความช่วยเหลือที่เข้ามายังไม่เพียงพอต่อความต้องการด้านมนุษยธรรม จากปฏิบัติการทางทหารที่รุนแรงขึ้นทำให้เกิดความหวาดกลัวอย่างมากต่อชะตากรรมของพลเรือน 2.4 ล้านคนในกาซ่าซึ่งกระทรวงสาธารณสุขภายใต้ฮามาสระบุว่ามีผู้เสียชีวิตกว่า 8,300 ราย “การหยุดยิงจะเทียบเท่ากับการยอมแพ้ต่อฮามาส ยอมจำนนต่อการก่อการร้ายซึ่งจะไม่เกิดขึ้น” นายเนทันยาฮูย้ำ เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกาที่ปฏิเสธที่จะทำข้อตกลงหยุดยิง นายจอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติระบุไม่เชื่อว่าข้อตกลงหยุดยิงเป็นคำตอบที่ถูกต้อง ทั้งยังกล่าวมั่นใจว่าจะเพิ่มรถบรรทุกความช่วยเหลือไปยังกาซ่าได้ถึงราว 100 คันต่อวัน