เอเอฟพีรายงานวันที่ 2 พ.ย. ว่า พลเรือนชาวปาเลสไตน์ที่ได้รับบาดเจ็บหลายร้อยคน รวมถึงต่างชาติ เร่งอพยพออกจากพื้นที่ฉนวนกาซ่า ภายหลังกองทัพอิสราเอลโจมตีทางอากาศถล่มค่ายผู้อพยพจาบาเลีย ค่ายผู้อพยพที่ใหญ่ที่สุดในกาซ่าเพื่อสังหารผู้นำระดับสูงของกองกำลัง ฮามาสเมื่อวันพุธที่ผ่านมา และยังเดินหน้าโจมตีต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ขณะที่นายโยอาฟ กัลลันต์ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล ระบุว่ากองกำลังฮามาสมี 2 ทางเลือกคือ “ตายหรือยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข” ตอกย้ำคำมั่นของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล ที่ยืนกรานว่าจะสู้ต่อไปจนกว่าอิสราเอลจะมีชัยชนะเหนือฮามาส
ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีรายงานจากชายแดนทางใต้ของฉนวนกาซ่าว่ามีรถพยาบาลพาผู้บาดเจ็บไปยังโรงพยาบาลสนามในอียิปต์ รวมถึงเด็กชายที่มีผ้าพันแผลหนาพันรอบท้อง และหลายครอบครัวต่างดิ้นรนพาสมาชิกครอบครัวที่ได้รับบาดเจ็บเดินทางข้ามด่านชายแดนราฟาห์ไปยังอียิปต์ โดยทางการอียิปต์เปิดเผยว่ามีชาวต่างชาติหรือบุคคลที่ถือสองสัญชาติอย่างน้อย 335 คน และผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือป่วยหนัก 76 คนเดินทางเข้าประเทศจากฝั่งกาซ่า สำหรับชาวต่างชาติประกอบด้วยพลเรือนจากออสเตรีย ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และว่าจะช่วยเหลือการอพยพชาวต่างชาติ รวมถึงบุคคลสองสัญชาติราว 7,000 คนในกาซ่าด้วย
วันเดียวกัน ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่าจะเดินหน้ายุทธศาสตร์ต่อสู้กับความหวาดกลัวอิสลามหรืออิสลาโมโฟเบีย “ประธานาธิบดีไบเดนทำงานเพื่อฟื้นฟูจิตวิญญาณของประเทศเรา เขาชัดเจนว่าไม่มีที่สำหรับความเกลียดชังในอเมริกาต่อใครก็ตาม นานเกินไปแล้วที่ชาวมุสลิมในอเมริกาต้องเผชิญกับการโจมตีด้วยความเกลียดชังและการเลือกปฏิบัติอย่างไร้เหตุผล” ส่วนความสูญเสียในช่วง 27 วันที่ผ่านมา ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 10,492 ราย เป็นเหยื่อจากเหตุถล่มอิสราเอล 1,431 ราย และ 9,061 รายในกาซ่า