ยังคงจับตากันต่อเนื่องกับกรณี สส.คุกคามทางเพศ ที่พรรคก้าวไกลมีมติขับ นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี
ส่วน นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม. แม้พรรคเห็นว่ามีการล่วงละเมิดและคุกคามทางเพศ แต่ 154 เสียงส่วนใหญ่ ไม่ถึง 3 ใน 4 ของสส.และกรรมการบริหารพรรค ทำให้ขับออกไม่สำเร็จ เป็นเพียงการตัดสิทธิพึงมี คาดโทษไปตลอดสมัยประชุม รวมถึงให้แถลงข่าวขอโทษและเยียวยาผู้เสียหาย
แต่การแถลงข่าวของนายไชยามพวาน ส่งผลให้พรรคเตรียมประชุมเพื่อลงมติใหม่ เนื่องจากเห็นว่าไม่ได้แถลงด้วยความสำนึก ทั้งยังกระทำซ้ำกับ ผู้เสียหาย
กรณีนี้จะสั่นสะเทือนต่อคะแนนนิยมของพรรคหรือไม่ อย่างไร
นายวันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าเรื่อง ดังกล่าวจะกระทบในช่วงระยะเวลาสั้น เพราะความรับผิดชอบ เมื่อดูจากปฏิกิริยาทางการเมืองอย่างรวดเร็วหลังจากที่พรรคมีมติ ทั้งผู้บริหาร แกนนำ และเครือข่ายสส.พรรค ที่ออกมาสร้างแรงกดดันผ่านสื่อโซเชี่ยล
เป็นความพยายามหามติ หรือบทลงโทษ หรือแรงกดดันใหม่ๆ ให้สส.ที่ถูกกล่าวหา ทำให้เห็นว่า ตัวสส.ที่ถูกกล่าวหามีแนวโน้มที่จะอยู่ยาก หรือจะมีอนาคตอยู่ต่อกับพรรคก้าวไกล
สังคมยังมีความรู้สึกว่าพรรคก้าวไกลต้องการแสดงความรับผิดชอบเพื่อให้เกิดการเมืองใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย เพราะอย่างน้อยเมื่อเทียบกับพรรคการเมืองอื่นๆ ก่อนหน้านี้ หรือในอดีต ก็มีเรื่องราวลักษณะแบบนี้ แต่กลายเป็นเคสที่ผ่านไปกับสายลม ไม่ได้รับการติดตามอย่างเข้มงวดแบบนี้
กรณีของพรรคก้าวไกลสะท้อนว่า ประชาชนหรือแฟนคลับมีความรู้สึกเป็นเจ้าของหรือเป็นส่วนหนึ่งของพรรคก้าวไกลที่ต้องการมีส่วนในการหารือกำหนดทิศทางทางการเมืองที่สมควร พอเหมาะที่พึงจะเป็น
ขณะเดียวกัน คิดว่าพรรคก้าวไกลคำนึงถึงความรู้สึกตรงนี้ เนื่องจากฐานเสียงส่วนมากเป็นสุภาพสตรี ฉะนั้นจะเป็นไปไม่ได้เลยที่พรรคจะละเลยเรื่องนี้ จึงต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบโดยเร็วที่สุด รวมถึงแสดงจุดยืนว่าไม่เห็นด้วย
อย่างในส่วนสส.ปราจีนบุรี ถึงแม้พรรคจะมีมติขับออกก็ทำให้เห็นว่าแนวโน้มท้ายที่สุดก็ยากลำบากในการหาพรรคสังกัดใหม่ ภายใน 30 วัน เพราะสังคมจะตั้งคำถามกับพรรคปลายทาง รวมถึงสส.กทม. แน่นอนบรรยากาศไม่เอื้อที่จะให้ทำงานอยู่ในพรรคก้าวไกลอีกต่อไป เพราะจะเกิดแรงกดดันไม่จบไม่สิ้น
ประกอบกับแกนนำพรรคก้าวไกลแสดงจุดยืนและเป็นห่วงผู้ได้รับผลกระทบ พยายามควบคุม ไม่ให้เกิดไฟลามทุ่งว่าพรรคเมินเฉย ไม่รับผิดชอบความรู้สึกของประชาชน
ส่วนเรื่องดังกล่าวจะส่งผลต่อการทำงานในสภา รวมถึงคะแนนเสียงของพรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่นั้น มองว่าพรรคก้าวไกลได้แก้ปัญหาแล้ว อีกทั้งปัญหาการคุกคามทางเพศเป็นปัญหา ส่วนตัว
หากพรรคคู่แข่งนำเรื่องส่วนตัวมาโจมตี ต้องอย่าลืมว่าบางพรรคก็มีเรื่องเช่นนี้เหมือนกัน เพียงแต่สามารถแก้ไขปัญหาภายในพรรคได้ จึงคิดว่าไม่ได้มีผลอะไร ประชาชนสามารถแยกแยะได้ การตัดสินใจของพรรคก้าวไกลเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ส่วนเสถียรภาพของพรรคตอนนี้แน่นอนอยู่ในช่วงที่ต้องรับศึกทั้งภายนอกและภายใน แต่หากผ่านปัญหาไปได้ก็จะเป็นภูมิคุ้มกันชั้นดีให้พรรค แต่หากเกิดกรณีแบบเดิมซ้ำอีก แน่นอนคงเป็นเรื่องที่คู่แข่งสามารถนำมาโจมตีได้
ต้องยอมรับว่านอกจากพรรคจะคัดเลือกคนที่มีความรู้ความสามารถแล้ว ยังต้องติดตามการประพฤติ นิสัยใจคอ เพื่อให้เกิดกระบวนการคัดกรองที่เข้มข้น โปร่งใสมากยิ่งขึ้น

นายบัณฑิต จันทร์โรจนกิจ อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า เมื่อเป็นสถาบันการเมืองที่แนบแน่นกับประชาชน ใกล้ชิดประชาชน การดูแลคนหมู่มากและมีฐานการเมืองกว้าง ย่อมมีทั้งส่วนที่เป็นที่นิยมและส่วนที่คนไม่นิยม สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมชาติของสถาบันการเมือง ที่บุคลากรในสถาบันอาจประพฤติปฏิบัติตัวไม่ถูกต้อง ไม่เป็นที่ยอมรับเป็นธรรมชาติที่มีอยู่ทุกยุคทุกสมัย
อีกทั้งพรรคใหม่ที่เพิ่งก่อตั้ง การกำหนดกรอบทำนองคลองธรรมอาจยังไม่ชัดเจนเหมือนสถาบันการเมืองอื่น แต่เมื่อมีฐานกว้างก็เป็นธรรมชาติที่จะถูกคาดหวังจากสังคมมากกว่าพรรคอื่นๆ แนวประพฤติปฏิบัติของคนในพรรคจึงสำคัญเพราะ ส่งผลต่อความนิยม ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่ว่าพรรคไหนก็จะเผชิญกับความท้าทายแบบนี้ทั้งสิ้น
ถามว่าประเด็นนี้จะส่งผลต่อคะแนนนิยมพรรคก้าวไกลอย่างไรนั้นจริงๆ ความคาดหวังของคน และการที่ไม่เป็นไปตามคาดหวังของคน ไม่ได้มีเฉพาะพรรคก้าวไกล หลายพรรคในอดีตก็ไม่ใช่น้อย เพียงแต่ก้าวไกลเป็นพรรคประกาศตัวว่ายึดมั่นหลักการ จึงเป็นจุดที่ทำให้ถูกจับตามากเป็นพิเศษ
บางทีความเป็นสถาบันการเมืองใหม่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของสังคมได้คนก็ผิดหวัง แต่ด้านหนึ่งอาจต้องให้โอกาสเขาปรับตัวและจัดการกับปัญหา แต่ที่สำคัญที่สุดคือมาตรการลงโทษ ทางสังคม วิธีที่ง่ายที่สุดตรงไปตรงมาที่ประชาชนจะลงโทษนักการเมืองคือการไม่เลือก การเลือกตั้งครั้งหน้าก็จะเป็นตัวบ่งชี้
ส่วนตัวสส.ที่ตกเป็นข่าว ถ้าปรับตัวไม่ได้ ไม่สามารถเรียกศรัทธาคืนมาได้ในการเลือกตั้ง คราวหน้าก็จะส่งผลอย่างมีนัยยะสำคัญ เพราะกรณีนี้แม้กระทั่งสส.ภายในพรรคเองก็รู้สึกอึดอัด คับข้องใจว่าทำไมเป็นแบบนี้ เป็นกระจกสะท้อนซึ่งกันและกัน
หลายคนบอกว่าเดี๋ยวเรื่องก็เงียบคนก็ลืม อย่าลืมว่าสังคมไทยมี Digital Footprint อย่างไรก็ต้องโดนขุดคุ้ยแน่ ดังนั้นอย่าไปคิดว่าจะหลุดพ้นจากกรณีที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ ซึ่งจะส่งผลต่อการเลือกตั้งครั้งหน้าแน่นอน
พรรคไหนจะสนับสนุนให้เป็นผู้สมัครในสังกัดพรรคของเขา คิดว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่ และแน่นอนระหว่างทางก็จะมีประเด็นเรื่องการไปร้องเรียนทางจริยธรรมในสภาได้อีกส่วนหนึ่ง
รวมถึงการทำงานในสภาพรรคก้าวไกลอาจถูกเหน็บแนมเรื่องนี้ได้ ก็เป็นธรรมชาติ พรรคก้าวไกลก็ต้องพิสูจน์ให้เห็น ทำให้ชัดขึ้นว่าในส่วนของพรรคแล้วยังยึดมั่นหลักการ ต้องแสดงให้เห็นว่าไม่สนับสนุน ไม่ได้เห็นต่างจากประชาชน
เรื่องที่เกิดขึ้นถือว่าส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในพรรคก้าวไกลมาก ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเป็นพรรคที่แนบแน่นและใกล้ชิดกับประชาชน โอกาสที่ถูกวิจารณ์ ถูกตั้งคำถาม มันเป็นเรื่องธรรมชาติ พรรคก้าวไกลก็ต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวต่อไป
จะนิ่งดูดายกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ พรรคก้าวไกลต้องมีมาตรการภายในที่จะจัดการให้สังคมสบายใจและให้ผู้สนับสนุนคุณรู้สึกว่าพรรคไม่ได้ทำอะไร เพราะส่งผลกระทบต่อความนิยมของพรรคโดยตรง
ความสำเร็จของสส.พรรคก้าวไกลหลายคนมาจากพรรค บางคนไม่มีฐานในพื้นที่ด้วยซ้ำ ประชาชนเลือกเพราะเป็นตัวแทนพรรคก้าวไกล คนเชื่อมั่นในพรรค เพราะฉะนั้นการกระทำที่เกิดขึ้น สส.ที่เป็นข่าวกำลังบ่อนทำลายความเชื่อมั่นของคนที่มีต่อพรรค ผลที่ตามมาถ้าพรรคไม่รีบดำเนินการ ฐานเสียงที่ลงคะแนนให้จะหายไป ยิ่งปล่อยช้ายิ่งเป็นวิกฤต
ทางออกที่ดีสำหรับพรรคก้าวไกลคือต้องพูดให้ชัดขึ้น พรรคก้าวไกลจัดตั้งและเติบโตขึ้นมาในช่วงเวลาอันสั้น รวดเร็ว โอกาสจะได้คนที่มีบุคลิกภาพ มีคุณสมบัติที่ด่างพร้อย แต่ก็คือความรับผิดชอบของพรรค ที่ล้มเหลวในการคัดสรรคนเข้าสู่ระบบการเมือง พรรคก็ต้องจ่าย และอาจต้องจ่ายด้วยราคาที่แรงขึ้นไปอีกถ้ายังไม่ทำอะไร