เอเอฟพีรายงานวันที่ 6 พ.ย. ว่า บรรดาหัวหน้า ผู้อำนวยการ และเลขาธิการหน่วยงานสำคัญ 18 หน่วยงานขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) รวมถึงองค์การทุนเพื่อเด็ก แห่งสหประชาชาติ และองค์การอนามัยโลก (WHO) ออกแถลงการณ์ร่วมแสดงความไม่พอใจ ต่อจำนวนพลเรือนที่เสียชีวิตในเหตุโจมตีฉนวนกาซ่าที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พร้อมเรียกร้องให้ มีการ “หยุดยิงเพื่อมนุษยธรรมโดยทันที” หลังความขัดแย้งนองเลือดระหว่างอิสราเอล กับกองกำลังฮามาสยืดเยื้อมาตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. ภายหลังฮามาสเปิดฉากโจมตีอิสราเอล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมเกินกว่า 11,422 ราย เป็นเหยื่อในอิสราเอล 1,400 ราย และในกาซ่า 10,022 ราย แต่คาดว่าตัวเลขความสูญเสียจะเพิ่มขึ้นเพราะอิสราเอลยังเดินหน้าโจมตีอย่างหนัก

นอกจากนี้ยังย้ำว่าประชากรทั้งหมดในพื้นที่กาซ่าถูกปิดล้อม โจมตี และถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าถึงสิ่งจำเป็นสำหรับการอยู่รอด บ้านเรือน ที่พักพิง โรงพยาบาล และสถานที่สักการะโดนทำลายจากการยิงถล่มอย่างหนัก นี่เป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ แม้อิสราเอลจะโจมตีโดยมีเป้าหมายทำลายกองกำลังฮามาส “เราต้องการการหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรมทันที ผ่านมา 30 วันแล้ว พอได้แล้ว” ทั้งยังเรียกร้องให้กองกำลังฮามาสปล่อยตัวประกันมากกว่า 240 คน และขอให้ทั้งสองฝ่ายเคารพพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ

วันเดียวกัน สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลอฮ์ที่ 2 แห่งจอร์แดน ทรงระบุผ่านบัญชีเอ็กซ์ว่ากองทัพอากาศส่งเวชภัณฑ์ไปยังโรงพยาบาลสนามในฉนวนกาซ่า “นี่คือหน้าที่ของเราในการช่วยเหลือพี่น้องชายหญิงที่บาดเจ็บจากสงครามในกาซ่า เราจะอยู่เคียงข้างชาวปาเลสไตน์” ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในขณะที่นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เยือนภูมิภาคตะวันออกกลางเพื่อหารือถึงประเด็นดังกล่าวกับรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศจอร์แดน อียิปต์ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และตุรกี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน