ศาลาว่าการกทม. – เมื่อวันที่ 7 พ.ย. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวภายหลังหารือแนวทางการดูแลเด็กเล็กในพื้นที่กรุงเทพฯ ร่วมกับ นางสุนีย์ ไชยรส ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า และเครือข่าย ว่า ในการหารือกันวันนี้คือเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ขวบ ซึ่งเป็นเด็กที่การพัฒนาการสูงมาก แต่ยังไม่ได้เข้าระบบโรงเรียน มีผลทั้งในแง่ของการพัฒนาเด็กและด้านเศรษฐกิจของพ่อแม่ เช่น พ่อแม่เป็นคนทำงานถ้าต้องมาเลี้ยงลูก เพราะไม่มีคนดูแลจะทำให้เสียเศรษฐกิจไป 1 คน ขณะเดียวกันหากศูนย์เลี้ยงเด็กอยู่ห่างไกล พ่อแม่ต้องขับรถหรือต้องนั่งรถไปส่งแล้วกลับมาทำงานต้องเสียค่าน้ำมันรถ ค่าเดินทาง จะเป็นปัญหามากสำหรับคนที่รายได้ไม่มาก

นอกจากนี้ อาจมีปัญหาเรื่องสวัสดิการของเด็กแรกเกิดว่าจะได้รับเท่าไหร่ ซึ่งเครือข่ายอยากจะให้เป็นสวัสดิการถ้วนหน้าให้เด็ก 600 บาททุกคน ปัจจุบันให้เฉพาะคนที่ยังยากจนอยู่ ทำให้มีคนตกหล่น ขณะที่ กทม.คงไม่สามารถให้บริการทุกคนได้เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลใหญ่ หน้าที่ กทม.คือดูแลศูนย์เด็กก่อนวัยเรียน ซึ่งปัจจุบันเราช่วยเหลืออยู่ แต่เด็กที่อยู่ในระบบมีประมาณ 20,000 คน เด็ก กทม.ที่อยู่ช่วง 0-6 ขวบ อาจจะเกือบ 100,000 คน ส่วนหนึ่งไปอยู่ตามสถานดูแลเอกชน ซึ่งยังไม่ได้เข้าไปดูแล

ปัจจุบันศูนย์เด็กก่อนวัยเรียนที่ กทม.ดูแลอยู่ให้ค่าอาหารกลางวัน 12 บาท/คน ค่าอุปกรณ์การเรียน 600 บาท และเงินช่วยอาสาสมัครที่สอน เครือข่ายมีอยู่ 200 กว่าแห่งที่เป็นศูนย์เด็กก่อนวัยเรียนซึ่งต้องพยายามขยายตรงนี้ให้มากขึ้น

ส่วนทางเครือข่ายที่มาวันนี้ อยากจะให้เพิ่มสวัสดิการตรงนี้ให้มากขึ้น สำหรับเรื่องสวัสดิการถ้วนหน้าคงต้องใช้เงินมาก แต่ถ้ามีข้อมูลว่าเด็กที่ลำบากอยู่ตรงไหน แต่ละชุมชนมีเด็กเท่าไหร่ จึงจะทำให้ช่วยเหลือได้ถูกต้อง ดังนั้น ขั้นแรกคือต้องพยายามพัฒนาฐานข้อมูลเด็กใน กทม.ให้ชัดเจนก่อน ซึ่งคิดว่าทำได้ไม่ยากเพราะมีกรรมการชุมชนอยู่ 2,017 แห่ง อย่างน้อยให้กรรมการชุมชนนำข้อมูลมาก่อน และจะมีชุมชนที่ยังไม่จดทะเบียนประมาณ 600 แห่ง ต้องหาทางเข้าไปเอาข้อมูลออกมา เพื่อพัฒนาศูนย์เด็กก่อนวัยเรียนให้ดีขึ้นอาจจะต้องช่วยเรื่องเงินอาสาสมัครครูและขยายออกให้มากกว่าเดิม ให้เด็กเข้าอยู่ในระบบมากขึ้น โรงเรียนในสังกัด กทม.ขยายเวลารับเด็ก เดิมรับเด็ก 4 ขวบ ปีหน้าจะเริ่มรับเด็ก 3 ขวบ เพราะมีห้องเรียนมากขึ้น ทำให้สามารถเอื้อมมือลงมาช่วยเด็กที่มีอายุน้อยลงได้มากขึ้น

นายชัชชาติกล่าวว่า ศูนย์เด็กก่อนวัยเรียนของเรามีประมาณ 270 แห่ง ที่ช่วยดูแลอยู่ ถ้าต้องขยายหรือลงทะเบียนเพิ่ม จะมีงบที่จะลงไปดูแลตรงนี้ได้ เป็นงบที่คุ้มค่า คือ งบเด็กลงทุนน้อยได้เยอะ เราไม่กังวลเลยเรื่องนี้แต่อาจจะต้องปรับระเบียบให้ถูกต้อง เราเสียเงินกับเรื่องอื่นเยอะแยะ เรื่องเด็กไม่ได้ใช้เงินเยอะ แต่ว่าได้ผลตอบแทนเยอะ และผลที่ได้ไม่ใช่มิติเด็กอย่างเดียว ได้มิติพ่อแม่ที่จะมีแรงงานได้มากขึ้น เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจทางหนึ่ง ถึงแม้เราจะไม่ได้เป็นตัวเงิน แต่ช่วยเป็นผู้ดูแลลูกให้ก็น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าความคุ้มค่าที่ลงไป ดังนั้น เรื่องเงินไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เรื่องจะเอาเข้าสู่ระบบอย่างไร มีระเบียบอะไรที่ต้องปรับแก้เพื่อให้สามารถโอบกอดคนได้จำนวนมากขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน