หลังรัฐบาลบริหารงานมาแล้ว 2 เดือน ออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรหลายด้าน
ที่เป็นมติครม.แล้ว คือการพักหนี้ และมาตรการพยุงราคาข้าว ที่ครอบคลุมทั้งเกษตรกรและ ผู้ประกอบการ รวมถึงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการมันสำปะหลัง และข้าวโพด
ยังมีมาตรการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวของชาวนา รวมถึงพักหนี้เพิ่มเติม ที่เตรียมนำเสนอครม.อนุมัติ แต่ละโครงการมีรายละเอียด ดังนี้
★ ครม.พยุงราคาข้าว
ล่าสุด ครม.มีมติ เมื่อวันที่ 7 พ.ย. เห็นชอบมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2566/2567 จำนวน 2 โครงการ ใช้งบประมาณจ่ายขาด 10,601 ล้านบาท สินเชื่อ 44,437 ล้านบาท
1.โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2566/2567 วงเงินจ่ายขาดสำหรับโครงการนี้ 10,120 ล้านบาท เป้าหมาย 3 ล้านตัน โดยให้เก็บข้าวไว้ในยุ้งฉางระยะเวลา 1-5 เดือน
สินเชื่อรับซื้อข้าวจากเกษตรกรต่อตัน ข้าวหอมมะลิ 12,000 บาท, ข้าวหอมมะลิปลูกนอกพื้นที่ 10,500 บาท, ข้าวปทุมธานี 10,000 บาท, ข้าวเจ้า 9,000 บาท และข้าวเหนียว 10,000 บาท
ค่าฝากเก็บใน 1,500 บาทต่อตัน ถ้าฝากเก็บกับสถาบันเกษตร เช่น สหกรณ์ สถาบันเกษตร สถาบันเหล่านี้จะได้ค่าฝาก 1,000 บาท เกษตรกรได้ 500 บาท แต่ถ้าเกษตรกรเก็บในยุ้งฉางตัวเองจะได้ทั้ง 1,500 บาท เท่ากับได้ตันละ 13,500 บาทจากราคาข้าว หอมมะลิ
ทั้งนี้ เมื่อถึงเวลาขายราคาจะดีกว่าขายตอนนี้ตามราคาตลาดถึงตันละ 1,500-2,500 บาท
2.โครงการให้สินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2566/2567ช่วยเหลือทางการเงินแก่สถาบันเกษตรกรรวบรวม รับซื้อข้าวเปลือก เป้าหมาย 1 ล้านตัน
ราคาซื้อข้าวเปลือกหอมมะลิจากเกษตรกรความชื้น 15% ตันละ 12,200 บาท เมื่อสีเป็นข้าวสารขายได้มีกำไรจะแบ่งให้เกษตรกรอีกตันละ 300 บาท รวมเป็น 12,500 บาท จากราคาตลาดอยู่ที่ตันละ 14,800-15,000 บาท แต่ในความจริงชาวนาเก็บเกี่ยวแล้วขายทันที ความชื้นอยู่ที่ 25% ราคาที่ยุติธรรมควรอยู่ที่ตันละ 12,300 บาท แต่ตลาดรับซื้อที่ตันละ 11,000 บาท
โครงการนี้ใช้วงเงินกู้ 10,000 ล้านบาท วงเงินชดเชยดอกเบี้ย 481 ล้านบาท ชดเชยดอกเบี้ยธ.ก.ส. 4.85% สถาบันเกษตรกรจ่าย 1% รัฐรับภาระ 3.85%
★ ดึงราคาข้าวโพด-ชดเชยดอกเบี้ย
ยังอนุมัติมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2566/67 จำนวน 2 โครงการ วงเงินรวม 65.17 ล้าน ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ เพื่อช่วยเหลือสภาพคล่องของสถาบันเกษตรกรและ ผู้ประกอบการ รวมถึงรักษาเสถียรภาพราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดมาก
1.โครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2566/67 วงเงิน 26.67 ล้านบาท
สนับสนุนดอกเบี้ยแก่ผู้ประกอบการที่กู้ยืมเงินจากธนาคาร เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้รับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเกษตรกรโดยไม่ต้องเร่งระบายผลผลิต เพื่อดึงผลผลิตส่วนเกินออกจากตลาดในช่วงที่ผลผลิตออกมามากโดยไม่แทรกแซงกลไกตลาด
เป้าหมาย 200,000 ตัน ชดเชยดอกเบี้ยแก่ผู้เข้าร่วมโครงการอัตรา 4% ต่อปี ระยะเวลาโครงการตั้งแต่ครม.อนุมัติ จนถึงมิ.ย.2568
2.โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปี 2566/67 วงเงิน 38.5 ล้านบาท
ธ.ก.ส.สนับสนุนสินเชื่อแก่สถาบันเกษตรกร เพื่อนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนรวบรวมหรือรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเกษตรกร ที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2566/67 กับกรมส่งเสริมการเกษตรเพื่อจำหน่ายต่อ แปรรูป เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อช่วยดูดซับปริมาณผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วงที่ผลผลิตออกมาก
เป้าหมายวงเงินกู้ 1,000 ล้านบาท ผลผลิต 100,000 ตัน ดอกเบี้ยเงินกู้อัตรา 4.85% ต่อปี ระยะเวลาโครงการ 1 ต.ค.2566-30 มิ.ย.2568

★ อุ้มราคามันสำปะหลัง 4 โครงการ
อนุมัติมาตรการรักษาเสถียรภาพราคามันสำปะหลัง ปี 2566/67 ของกรมการค้าภายใน และ ธ.ก.ส.รวม 4 โครงการกว่า 370 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือสภาพคล่องสถาบันเกษตรกรและผู้ประกอบการรับซื้อ ไม่เร่งระบายผลผลิต รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกและสร้างศักยภาพการแปรรูปของเกษตรกร ในการรักษาเสถียรภาพราคามันสำปะหลังช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดมาก
โดยอนุมัติมาตรการรักษาเสถียรภาพราคา มันสำปะหลัง ปี 2566/67 ของกรมการค้าภายใน 2 โครงการ วงเงิน 310 ล้านบาท
1.โครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต๊อก มันสำปะหลัง ปี 2566/67 วงเงิน 300 ล้านบาท จากงบประมาณ งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน
สนับสนุนดอกเบี้ยแก่ผู้ประกอบการลานมัน โรงแป้ง โรงงานเอทานอลที่กู้ยืมเงินจากธนาคาร เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้รับซื้อและเก็บสต๊อกโดยไม่ต้องเร่งระบายผลผลิต รัฐชดเชยดอกเบี้ยอัตรา 4% ต่อปี ระยะเวลาโครงการ 1 ธ.ค.2566-31 ต.ค. 2568
2. โครงการยกระดับศักยภาพการแปรรูปมันสำปะหลัง (เครื่องสับมันฯ) วงเงินรวม 10 ล้านบาท สนับสนุนเงินทุนให้กลุ่มเกษตรกรเพื่อจัดหาเครื่องสับมันเครื่องละไม่เกิน 15,000 บาท
อนุมัติมาตรการรักษาเสถียรภาพราคามันสำปะหลัง ปี 2566/67 ของ ธ.ก.ส. 2 โครงการ วงเงิน 60 ล้านบาท
1.โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปี 2566/67 (1) ดอกเบี้ย 4.85% วงเงินงบประมาณ 19.25 ล้านบาท
ธ.ก.ส.สนับสนุนสินเชื่อแก่สถาบันเกษตรกรใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนรับซื้อ เป้าหมายวงเงินกู้ 500 ล้านบาท ผลผลิต 200,000 ตัน ระยะเวลาโครงการ 1 พ.ย.2566-31 ก.ค.2568
2.โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลัง ปี 2566/67 ใช้อัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน 6.975% รัฐบาลรับภาระ 3% เกษตรกร 3% วงเงินงบประมาณ 41.4 ล้านบาท
ธ.ก.ส.สนับสนุนสินเชื่อแก่เกษตรกรเพื่อเป็นเงินทุนพัฒนาการผลิตโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและลดต้นทุนการผลิต เป้าหมายเกษตรกร 3,000 ราย รายละไม่เกิน 230,000 บาท วงเงินกู้รวม 690 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการตั้งแต่ ครม.มีมติิ 31 ต.ค.2569
★ จ่อจ่ายชาวนาอีกไร่ละ 1,000
กระทรวงเกษตรฯและกระทรวงพาณิชย์ ยังเตรียมเสนอโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2566/67 หรือค่าเก็บเกี่ยวให้เกษตรกร วงเงินงบประมาณจ่ายขาด 56,321 ล้านบาท ให้ครม.พิจารณา วันอังคารที่ 14 พ.ย. หรืออย่างช้าวันอังคารที่ 21 พ.ย.
เงื่อนไขคือ ธ.ก.ส.จะจ่ายให้ไร่ละ 1,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่ หรือครัวเรือนละไม่เกิน 20,000 บาท โดยต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร 4.68 ล้านครัวเรือน
กำหนดช่วงเวลาการจ่ายเงินให้แก่เกษตรกร ตั้งแต่เดือนพ.ย.2566-30 ก.ย.2567
★ พักหนี้เกษตรกร-ทะลุ3ล้านราย
มาตรการพักหนี้เกษตรกร 3 ปี ครม.มีมติเมื่อ 26 ก.ย. เห็นชอบมาตรการพักชำระหนี้ให้เกษตรกรลูกหนี้รายย่อยธ.ก.ส. วงเงิน 11,000-12,000 ล้านบาท
เกษตรกรเป้าหมาย 2.698 ล้านคน ที่มีต้นหนี้คงเหลือทุกสัญญารวมกัน ณ วันที่ 30 ก.ย.2566 ไม่เกิน 300,000 บาท และมีสถานะเป็นหนี้ปกติ และ/หรือเป็นหนี้ค้างชำระ (หนี้ 0-3 เดือน และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือ NPLs) ลูกหนี้ NPLs สามารถเข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ได้เมื่อได้ปรับปรุงโครงสร้างหนี้แล้ว
เปิดให้เกษตรกรแสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่ 1 ต.ค.2566 ถึงวันที่ 31 ม.ค.2567
ล่าสุด กระทรวงเกษตรฯ เตรียมเสนอ โครงการพักหนี้เกษตรกรรายย่อยที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ จำนวน 707,213 ราย ที่ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา นำเข้าหารือในที่ประชุมครม.แล้ว
โดยจะดำเนินการภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกับเกษตรกรลูกหนี้ของ ธ.ก.ส. ที่พักหนี้ไปก่อนแล้ว คือพักทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยในอัตรา 4.5% ต่อปี เป็นเวลา 3 ปี
เงื่อนไขคือต้องเป็นสมาชิกสหกรณ์ที่มีหนี้ทุกสัญญารวมกัน ณ วันที่ 30 ก.ย. 2566 รายละไม่เกิน 300,000 บาท คาดมีสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข 707,213 ราย มูลหนี้รวม 88,131.33 ล้านบาท
ใช้งบประมาณ 4,296 ล้านบาท แบ่งเป็นการ พักหนี้ 3,900 ล้านบาท พัฒนาอาชีพ 300 ล้านบาท ช่วยเหลือสหกรณ์ 480 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ โครงการเริ่มตั้งแต่ 1 ต.ค.2566-30 ก.ย. 2569