วันอาทิตย์ที่ 12 พ.ย.2566 น้อมรำลึก ครบ 58 ปี มรณกาล “หลวงพ่อสาลี ธัมมสโร” หรือ “พระครูพรหมสมาจาร” พระเกจิอาจารย์ชื่อดังรูปหนึ่งแห่งราชบุรี ที่มีผู้เลื่อมใสศรัทธาจำนวนมาก วัตถุมงคลของท่านเป็นหนึ่งในตำนานพระเครื่องเมืองราชบุรี ที่มีประสบการณ์มากมาย
มีนามเดิมว่า สาลี นามสกุล สุวรรณ รังษี เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 พ.ย.2426 ที่บ้านเกาะปม อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี โยมบิดาชื่อ นายดำ สุวรรณรังษี มีอาชีพเป็น นายอากรและทำนาทำสวน มารดาชื่อ นางวัณณา สุวรรณรังษี มีพี่น้องรวมกัน 7 คน ท่านเป็นคนที่ 6
เมื่อเยาว์วัยได้เรียนหนังสือกับบิดาที่บ้าน จนพออ่านออกเขียนหนังสือไทยได้ จึงนำไปฝากให้เรียนหนังสือต่อที่สำนักสงฆ์ใกล้ บ้านท่าน
พ.ศ.2446 อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ จึงได้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 5 พ.ค.2446 ที่พัทธสีมาวัดหนองขุนชาติ อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี โดยมีพระครูอุทานธรรมนิเทศ (สุข) วัดหนองขุนชาติ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูอุทิศธรรมวินัย (สือ) วัดทุ่งทอง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระปลัดเสือ วัดหนองขุนชาติ เป็นพระอนุสาวนาจารย์
อยู่จำพรรษาที่วัดหนองขุนชาติ อยู่จนถึงพรรษาที่ 8 โดยวัดหนองขุนชาติเป็นสำนักที่เรียนทั้งแผนกธรรมและแผนกบาลีด้วย เมื่อพระอุปัชฌาย์เห็นว่าการศึกษาภาษาบาลีเป็นที่แข็งแรงแล้ว จึงพามาฝากให้อยู่ที่สำนักเรียนบาลี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพฯ โดยมีสมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) เป็นผู้ดูแล
อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา มีเหตุให้ต้องกลับไปยังเมืองอุทัยธานี ด้วยอาการป่วยของบิดา-มารดา จนเมื่อท่านทั้งสองถึงแก่กรรมแล้ว ได้มีเหตุทำให้ท่านต้องลาสิกขา เพื่อมาดูแลเรือกสวน ไร่นาและทรัพย์สมบัติของบุพการี รวมเวลาที่ออกไปครองเพศคฤหัสถ์อยู่ได้ 11 เดือน

พ.ศ.2460 ครั้นเมื่อท่านปลดเปลื้องจัดแจงเกี่ยวกับทรัพย์สมบัติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงได้ไปปรึกษากับพระอุปัชฌาย์องค์เดิม ขออุปสมบทเป็นครั้งที่ 2 เมื่อเดือนพ.ย.2460 ที่พัทธสีมาวัดหนองขุนชาติ อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี โดยมีพระครูอุทานธรรมนิเทศ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูอุทิศธรรมวินัย วัดทุ่งทอง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระอาจารย์จำรัส วัดหนองขุนชาติ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “ธัมมสโร”
ครั้นอุปสมบทแล้วไม่นานก็กราบลาพระอุปัชฌาย์ออกจาริกแสวงหาที่วิเวก (แบบพระธุดงค์) พบสถานที่แห่งใดเป็นสัปปายะ ก็พักทำการเพียรเจริญกัมมัฏฐานอยู่ในสถานที่นั้นๆ จนใกล้จะถึงฤดูกาลเข้าพรรษา จึงจะกลับมาอยู่ในสำนักที่มีปฏิปทาข้อปฏิบัติเคร่งครัดเท่านั้น
หลวงพ่อสาลี ท่านทำอยู่อย่างนี้เสมอๆ จนในพรรษาที่ 8 พ.ศ.2467 จึงได้จาริกมาถึงจังหวัดราชบุรีกับพระฉายและอุบาสกทองย้อย โดยพักที่เขาวัง ซึ่งเป็นพระราชวังร้างอยู่ในตอนนั้น เมื่อญาติโยมจากในตัวเมืองราชบุรีได้ข่าวก็พากันมาทำบุญและฟังธรรมกันมาก
จนชาวบ้านอ้อนวอนนิมนต์ให้อยู่จำพรรษาเสียที่เขาวังนี้ โดยมีข้อเสนอว่าจะพากันทำหนังสือขอพระราชทานเขาวังให้เป็นวัด จึงตกลงใจรับภาระร่วมกับชาวราชบุรีที่จะสร้างวัดขึ้นบนเขาวังนับแต่บัดนั้น
ปี พ.ศ.2472 ได้มีพระบรมราชโองการ โปรดกล้าฯ พระราชทานอุทิศเขาวังให้เป็นที่ธรณีสงฆ์ และในปีเดียวกันนั้น เจ้าคณะแขวงเมืองราชบุรีได้มีประกาศแต่งตั้งให้เป็น เจ้าอาวาสวัดเขาวัง ราชบุรี งานก่อสร้างของวัดเขาวังได้วิวัฒนาการสืบมาเป็นลำดับ
จนลุถึง พ.ศ.2477 ถาวรวัตถุที่เป็นหลักใหญ่ของวัดก็นับได้ว่ามีสมบูรณ์แล้ว แต่ด้วยตัวท่านเป็นพระกัมมัฏฐานที่มุ่งมาดปรารถนาที่จะบำเพ็ญสมณธรรม ถือสมาทานธุดงควัตรอยู่ตลอด และนับตั้งแต่ปีนั้น จึงออกธุดงค์จาริกไปยังท้องถิ่นต่างๆ โดยทั่วไป แล้วจะกลับมาจำพรรษาที่วัดเขาวังสลับกันไปต่อเนื่องอย่างนี้เรื่อยมา
จนถึง พ.ศ.2508 หลวงพ่อสาลีมีอาการอาพาธ จึงได้กลับมาพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลราชบุรี และถึงแก่มรณภาพ เมื่อวันที่ 12 พ.ย.2508 ด้วยอาการอันสงบ สมกับเป็นนักปฏิบัติสมถกัมมัฏฐาน สิริอายุ 82 ปี พรรษา 61