ถ้าให้พูดถึงแนวรุกที่น่ากลัวที่สุดของวงการฟุตบอลรอบ 10 ปีหลังสุด เชื่อว่าหลายคนน่าจะนึกถึง 3 ประสานของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ได้แก่ โรแบร์โต ฟีร์มิโน, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน ที่เข้าขารู้ใจกันเป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาดูเหมือนว่าจะมีข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์อันย่ำแย่ระหว่างซาลาห์กับมาเนอยู่บ้าง กระทั่งล่าสุดฟีร์มิโนได้ระบุเรื่องนี้ลงในหนังสือของตัวเอง ซึ่งเป็นการตอกย้ำให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ฟีร์มิโนบอกว่าทั้งซาลาห์กับมาเนไม่มีความใกล้เคียงต่อการเป็นเพื่อนสนิทกัน และทั้งคู่มีระยะห่างจากกันอย่างเห็นได้ชัด ชนิดที่ว่าเป็นเรื่องยากที่จะได้เห็น 2 คนนี้พูดคุยกัน สิ่งที่เห็นในสนามนั้นเป็นการแสดงความเป็นมืออาชีพอย่างที่สุดของทั้งคู่เท่านั้น

ถึงกระนั้น เรื่องของซาลาห์กับมาเนก็ไม่ใช่กรณีแรกของเพื่อนร่วมทีมที่ไม่ชอบหน้ากันแต่ยังเล่นด้วยกันได้ และแน่นอนว่ามีบางคู่ที่โชว์ฟอร์มในสนามด้วยกันได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งที่ยามอยู่นอกสนามแทบจะไม่อยากใช้อากาศหายใจร่วมกันเลยด้วยซ้ำ

เอ่ยถึงเรื่องนี้เชื่อว่าแฟนบอลหลายคนน่าจะนึกถึง แอนดี โคล กับเท็ดดี เชอริงแฮม ขึ้นมาเป็นอันดับแรก เรื่องมันเริ่มจากตอนที่ทั้งคู่เล่นให้ทีมชาติอังกฤษ โคลบอกว่าตนกำลังจะลงสนามในฐานะตัวสำรองแทนที่ เชอริงแฮม แต่เชอริงแฮมกลับไม่ยอมจับมือด้วยตอนเดินมาข้างสนาม

หลังจากนั้นทั้งคู่ไม่เคยพูดคุยกันนอกสนามแม้แต่คำเดียว แต่ทั้งคู่กลับประสานงานในสนามได้อย่างยอดเยี่ยมจนนำแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประสบความสำเร็จมากมาย ส่วนเรื่องความสัมพันธ์นั้นดูเหมือนว่าปัจจุบันทั้งคู่จะเคลียร์ใจกันได้เรียบร้อยแล้ว

ด้านลิเวอร์พูลก็เคยมีเรื่องแบบนี้ก่อนหน้ายุคซาลาห์กับมาเน ย้อนไปเมื่อปี 1973 ทอมมี สมิธ มีปัญหากับผู้จัดการทีมอย่าง บิล แชงก์ลีย์ จนถูกปลดจากกัปตันทีม และเอ็มลีน ฮิวจ์ส ทำหน้าที่แทน

ก่อนหน้านี้ ฮิวจ์สก็เคยพูดกับแชงก์ลีย์ว่าควรปลดสมิธจากกัปตันทีมแล้วให้คนอายุน้อยกว่าทำหน้าที่แทน จึงไม่น่าแปลกใจว่าทั้งคู่จะเกลียดขี้หน้ากันสุดๆ แต่ทั้งคู่ก็อาศัยความเป็นมืออาชีพช่วยกันทำให้ทีมประสบความสำเร็จแบบสุดๆ ในยุคนั้น

โลธาร์ มัตเธอุส กับสเตฟาน เอฟเฟนแบร์ก 2 กองกลางระดับตำนานแห่งวงการฟุตบอลเยอรมนี ทั้งคู่มีโอกาสเล่นร่วมกันทั้งกับ ทีมชาติเยอรมนีและบาเยิร์น มิวนิก และถือว่าประสบความสำเร็จ ร่วมกันในระดับหนึ่ง

แต่สิ่งที่ผู้คนสนใจมากกว่าต้องยกให้เรื่องการสาดน้ำลายผ่านสื่อใส่กัน โดยเฉพาะฝั่งเอฟเฟนแบร์กที่แสบมากตอนทำหนังสืออัตชีวประวัติ ซึ่งมีบทหนึ่งชื่อว่า “โลธาร์ มัตเธอุส รู้อะไรเกี่ยวกับฟุตบอลบ้าง” แล้วปล่อยให้บทนั้นว่างเปล่าไม่มีแม้แต่ตัวอักษรเดียว

สุภาพบุรุษลูกหนังอย่าง อเลสซานโดร เดล ปิเอโร ก็เคยมีเพื่อนร่วมทีมที่ไม่ชอบหน้าแต่ก็ต้องเล่นด้วยกัน คนคนนั้นคือ ฟิลิปโป อินซากี เรื่องเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงที่ทั้งคู่ค้าแข้งด้วยกันที่ยูเวนตุส เดล ปิเอโร บาดเจ็บหนักแทบไม่ได้ลงเล่นฤดูกาล 1998-99

จากนั้นฤดูกาลต่อมา ความสัมพันธ์ของ 2 คนนี้แย่ลงอย่างชัดเจนทั้งในและนอกสนาม สาเหตุหลักมาจากการที่อินซากีเห็นแก่ตัวแทบไม่ยอมเปิดโอกาสให้เดล ปิเอโร ได้ยิงบ้าง ทั้งที่เพื่อนร่วมทีมกำลังต้องการเรียกความมั่นใจอย่างที่สุด แต่ทั้งคู่ก็ยังเล่นด้วยกันได้อยู่ไม่ว่าจะในนามสโมสรหรือทีมชาติอิตาลี

เนย์มาร์ กับจอร์ดี อัลบา ดูเหมือนจะมีช่วงเวลาที่ดีร่วมกันที่บาร์เซโลนา ซึ่งต้องประสานงานกันทางกราบซ้าย แต่ก็มีรายงานว่าที่จริงแล้วทั้ง 2 คนไม่ได้เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

กระทั่งหลังจากที่เนย์มาร์ย้ายออกไปแล้ว อัลบาก็ยอมรับตามตรงว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้ราบรื่นจริง แถมตนยังเล่นได้อย่างมีความสุขมากขึ้นด้วยซ้ำ เมื่อเนย์มาร์ไม่อยู่ เพราะตัวเองได้เล่นเกมรุกอย่างเต็มที่กว่าเดิม

ไม่ว่าจะเป็นนักฟุตบอล นักกีฬาอื่น หรือเป็นอาชีพใดก็ตาม คงเป็นไปได้ยากที่เราจะเจอแต่เพื่อนร่วมงานที่ถูกใจไปหมดทุกคนแม้จะต้องทำงานร่วมกับคนที่ไม่ชอบ แต่สุดท้ายแล้วคำว่า “มืออาชีพ” ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้งานสำเร็จลุล่วง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน