กว่า 2 เดือน ที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เข้ามาบริหารประเทศ ได้เร่งเครื่องเดินหน้าผลักดันงานตามนโยบายรัฐบาล ควบคู่ไปกับการเดินสายแนะนำตัว กับผู้นำต่างประเทศ หวังเปิดตลาดการค้า ชักชวนนักธุรกิจต่างชาติหันมาลงทุนในประเทศไทย ประเดิมเวทีแรกในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ที่สหรัฐ เมื่อเดือนก.ย. ที่ผ่านมา

อีกเวทีใหญ่ ระหว่างวันที่ 12-17 พ.ย.2566 นายเศรษฐาเข้าร่วมประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ เอเปค ครั้งที่ 30 (APEC economic leaders meeting 2023) หัวข้อ “การสร้างอนาคตที่ยืดหยุ่นและยั่งยืนสำหรับทุกคน” และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ที่นครซานฟรานซิสโก สหรัฐ พร้อมนำรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง นักธุรกิจไทย กว่า 20 ราย ร่วมคณะ เช่น กลุ่มอมตะ เซ็นทรัลกรุ๊ป เครือเจริญโภคภัณฑ์ บางกอกเคเบิ้ล ปตท.สผ. ปฐมศักดิ์ โฮลดิ้ง สภาหอการค้า แห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย

โดยนายเศรษฐานำคณะเดินทางจาก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 15.00 น. วันที่ 12 พ.ย. ถึงสหรัฐ เวลา 14.00 น. ของวันเดียวกัน (เวลาที่กรุงเทพฯ เร็วกว่า 15 ชั่วโมง)

ก่อนเริ่มวงประชุมระดับผู้นำ ได้วางคิวพบกับนักธุรกิจต่างประเทศหลายราย อาทิ ประธานบริษัท Genstar capital ซึ่งเป็นบริษัทระดมทุน ผู้บริหารเทสลา บริษัทที่ออกแบบ ผลิตและจำหน่ายรถพลังงานไฟฟ้า และอีกหลายบริษัท เพื่อเปิดโอกาสให้นักธุรกิจไทย ได้พบปะกับบริษัทใหญ่ระดับโลกของสหรัฐ

พร้อมแลกเปลี่ยนแนวคิดใน 5 ประเด็นหลัก คือ การค้าการลงทุน ความเชื่อมโยง ความยั่งยืน เศรษฐกิจและดิจิทัล และการมีบทบาทร่วม ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพ ทั้งยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ดิจิทัล การเงินและ การธนาคาร

การพูดคุยกับเอกชนในสหรัฐ เป้าหมายสำคัญของรัฐบาล คือ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อม อ่าวไทย และอันดามัน (ชุมพร-ระนอง) หรือ แลนด์บริดจ์ ที่จะเชื่อมฝั่งแปซิฟิก-อินเดีย โดยได้เตรียมสิทธิประโยชน์เพื่อดึงดูด นักลงทุนด้วย โดยคณะกรรมการส่งเสริม การลงทุน (บีโอไอ) และเอกอัครราชทูตสหรัฐได้ช่วยชักชวนบริษัทสหรัฐประมาณ 20 บริษัทที่จะได้มาพูดคุยกัน

ส่วนภารกิจวันที่ 13 พ.ย. ตามเวลาของสหรัฐ นายกฯ ในฐานะรมว.คลัง เข้าร่วมประชุม ระดับรัฐมนตรีคลังของเอเปค นอกจากนี้ไทยมีการจัดงาน Thailand Landbridge Roadshow ที่โรงแรม Ritz Carlton เมืองซานฟรานซิสโก

จากนั้นวันที่ 14 พ.ย. พาเอกชนไทยร่วมลุ้นรางวัล BCG Awards ที่สหรัฐ มอบให้ภาคธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในเศรษฐกิจสีเขียวเป็นครั้งแรก โดยมีผู้นำเขตเศรษฐกิจจากจีน ฮ่องกง และแคนาดา ร่วมสนับสนุนเงินรางวัล

วันที่ 15 พ.ย. นายเศรษฐาเข้าร่วมการประชุมซีอีโอ ซัมมิท (CEO Summit)โดยจะขึ้นกล่าวถ้อยแถลงและปาฐกถาเกี่ยวกับความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางนักธุรกิจชั้นนำกว่า 1,200 คน ที่ซื้อตั๋ว 4,000 เหรียญสหรัฐ เข้ารับฟังวิสัยทัศน์จากผู้นำเศรษฐกิจ ที่มีมูลค่าการค้าขายรวมกัน 48% ของโลก

ช่วงค่ำร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ “Exclusive Dinner” ตามคำเชิญของประธานาธิบดีสหรัฐ มีประธาน Genstar Capital เป็นเจ้าภาพร่วมกับ ‘อันโตนีโอ เนรี’ CEO of Hewlett Packard ที่จะเปิดบ้านเลี้ยงมื้อค่ำและพูดคุยแบบ กลุ่มเล็กกับนายกฯ และซีอีโอจากหลายบริษัท

วันที่ 16 พ.ย. นายเศรษฐาร่วมการประชุมระดับผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค กับแขกพิเศษของเจ้าภาพ และหารือกับสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค (ABAC) รวมถึงประชุมกลุ่มย่อย แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และมุมมองการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของไทยในภูมิภาคร่วมกับผู้นำจีน เวียดนาม และปาปัวนิวกินี

สำหรับภารกิจวันที่ 17 พ.ย. นายเศรษฐาประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคอย่างไม่เป็นทางการ (APEC Informal Leaders’ Retreat) โดยจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำ เสนอไอเดียสำคัญทางเศรษฐกิจร่วมกัน และระหว่างการประชุม ยังมีกิจกรรมการพบปะภาคเอกชนในลักษณะเป็นการโรดโชว์ และพบผู้นำแต่ละประเทศ

การประชุมครั้งนี้ รัฐบาลมุ่งหวังผลักดัน ใน 5 เรื่องหลัก คือ การค้าเสรีระหว่างประเทศ (FTA) ในระดับทวิภาคีและภูมิภาค, เขตการค้าเสรีระหว่างประเทศสมาชิกเอเปค หรือ FTAAP, การขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านจุด เชื่อมโยงแปซิฟิก-อินเดีย ที่จะผลักดันการลงทุนในโครงการแลนด์บริดจ์, การผลักดันพลังงานสะอาด พลังงานทดแทน ดึงดูด ความสนใจนักลงทุน, ผลักดันเรื่องดิจิทัล รถยนต์ไฟฟ้าอีวี ดาต้า เซ็นเตอร์ เทคโนโลยี

ตลอดจนส่งเสริมบทบาทของสตรีในเรื่องเศรษฐกิจ และยังสานต่อเป้าหมายกรุงเทพฯ เรื่องสิ่งแวดล้อม รวมถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ที่สอดรับ กับเจตนารมณ์ในการประชุมเอเปคครั้งนี้ ที่จะพัฒนานโยบายเศรษฐกิจในภูมิภาค เอเชียแปซิฟิก ส่งเสริมการค้าการลงทุนที่เสรี เป็นธรรม เปิดกว้าง

พร้อมส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค รวมถึงความยั่งยืนดิจิทัลไลเซชัน และเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของ ผู้หญิง การอํานวยความสะดวกทางการค้า ความมั่นคงด้านพลังงาน ความมั่นคงด้านอาหาร และสุขภาพ เป็นต้น

เวทีผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคครั้งนี้ จะรับรองร่างถ้อยแถลงร่วมรัฐมนตรีเอเปค ประจำปี 2023 แสดงเจตนารมณ์ระดับรัฐมนตรี และทบทวนการทำงานของเอเปค ในปีที่ผ่านมา ในการสร้างความเชื่อมโยง ส่งเสริมด้านการค้า การลงทุน ที่เป็นประโยชน์ ต่อประชาชนในภูมิภาคเอเปค เช่น สตรีและกลุ่มอื่นที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ แต่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์, การส่งเสริมนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน, และเสริมสร้างที่ครอบคลุม เพิ่มการเข้าถึงเงินทุน พัฒนาโอกาสและเพิ่มการมี ส่วนร่วมในตลาดภูมิภาคและตลาดโลก และรับรองร่างปฏิญญาผู้นำเขตเศรษฐกิจ

เอเปค 2023 ยังสานต่อผลลัพธ์ของการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทย เมื่อปี 2565 ที่สะท้อนบทบาทความร่วมมือของไทยกับประชาคมระหว่างประเทศ ทั้งจัดการกับความท้าทาย และส่งเสริมผลประโยชน์ร่วมกัน

โอกาสนี้นายเศรษฐายังพบปะนักศึกษา ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และพบปะหารือกับตัวแทนชุมชนไทยในนครซานฟรานซิสโก

หลังเสร็จสิ้นภารกิจ นายเศรษฐาและคณะ ออกเดินทางจากสหรัฐช่วงดึกวันที่ 17 พ.ย. ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วันที่ 19 พ.ย. เวลา 07.00 น.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน