แท็บเล็ต หนึ่งในอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมต่อเนื่องในตลาดไอที ซัมซุง ผู้พัฒนาเทคโนโลยีชื่อก้องโลกจากเกาหลีใต้ ยังรักษาความเป็นผู้นำในตลาดดังกล่าวของระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์ไว้เหนียวแน่น ตอกย้ำกระแสความนิยมด้วย ซัมซุง กาแล็กซี แท็บ เอส 9 เอฟอี (Samsung Galaxy Tab S9 FE)
แอนดรอยด์อูธอริตีระบุ กาแล็กซี แท็บ เอส 9 เอฟอี พลัส เป็นแท็บเล็ตระดับกลางรุ่นล่าสุดจากซัมซุง ถือเป็นแท็บเล็ต เอฟอี (Fan Edition) ขนาดใหญ่สุดเท่าที่ซัมซุงเคยพัฒนาออกมา ด้วยหน้าจอ 12.4 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังจากชิพ Samsung Exynos 1380

หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 12 กิกะไบต์ (GB) และแบตเตอรี่ขนาด 10,090 มิลลิแอมป์ต่อชั่วโมง (mAh) มุ่งเจาะกลุ่ม ผู้บริโภคที่ต้องการแท็บเล็ตสำหรับใช้งานทั่วไป จอใหญ่สบายตา ราคาเข้าถึงง่ายขึ้น
การกลับมาของแท็บเล็ตแบบ Fan Edition ของซัมซุง ยังเป็นครั้งแรกหลังซัมซุงข้าม Tab S8 Series ไม่มีรุ่น FE ออกมา โดย Tab S9 FE มีด้วยกัน 2 รุ่น คือ Tab S9 FE และ Tab S9 FE Plus แน่นอนว่าข้อแตกต่างหลักคือ ขนาดหน้าจอแสดงผล 10.9 และ 12.4 นิ้ว ดังนั้น การเปรียบเทียบหลักจะเทียบกับรุ่น Tab S9 ที่เป็นเรือธง

เริ่มที่หน้าจอแสดงผลของ Tab S9 FE Plus แม้จะมีขนาด 12.4 นิ้ว เท่า Tab S9 Plus แต่เป็นหน้าจอแบบ LCD ที่รองรับความถี่สูงสุด 90 เฮิร์ตซ์ (Hz) แทนที่จะเป็นจอ Dynamic AMOLED 2x ที่รองรับความถี่สูงสุด 120 Hz แบบในรุ่นเรือธง
ความละเอียดหน้าจอ หรือเรโซลูชั่นของ Tab S9 FE Plus อยู่ที่ 1,600 x 2,560 พิกเซล น้อยกว่า Tab S9 Plus ซึ่งอยู่ที่ 1,752 x 2,800 พิกเซล แต่การเปรียบเทียบด้วยสายตาปกตินั้น ไม่แตกต่างกันมากนัก เช่นเดียวกับความถี่ 90 Hz ที่ทำให้การเล่นเกมทั่วไปมีภาพที่ลื่นไหลไม่แพ้จอเรือธงที่ความถี่สูง 120 Hz

ทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วยชิพ Exynos 1380 จากค่ายซัมซุง ชิพระดับกลางแบบเดียวกับสมาร์ตโฟน ซัมซุง กาแล็กซี เอ54 5 จี ไม่เหมือนกับ Tab S9 แท็บเล็ตเรือธงที่ใช้ชิพ Snapdragon 8 Gen 2 จากค่ายควอลคอมม์
ชิพ Exynos 1380 สร้างขึ้นจากสถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 5 นาโนเมตร (nm) ภายในประกอบด้วยหน่วยประมวลกลาง หรือซีพียูแบบ 8 คอร์ (Octa-core) และหน่วยประมวลผลกราฟิก หรือจีพียูรุ่น Mali-G68
ซีพียูแบบ 8 คอร์ แบ่งเป็น 2 คลัสเตอร์ ได้แก่ Cortex-A78 จำนวน 4 คอร์ มีความถี่สัญญาณนาฬิกา 2.4 กิกะเฮิร์ตซ์ (GHz) และ Cortex-A55 จำนวน 4 คอร์ ความถี่ 2.0 GHz ถือเป็นชิพทรงพลังกว่าชิพที่พบในแท็บเล็ตตระกูลกาแล็กซี แท็บ เอ ซีรีส์

ส่วน RAM และพื้นที่เก็บข้อมูลภายใน (ROM) เลือกได้ 2 แบบ ได้แก่ 8/128 และ 12/256 GB ตามลำดับ รองรับการ์ดข้อมูลเสริมแบบ microSD ด้วย มีให้เลือกรุ่นที่สนับสนุนการเชื่อมต่อทั้งสัญญาณ Wi-Fi อย่างเดียว และ 5G
การออกแบบภายนอกแทบดูเหมือน Tab S9 คุณภาพวัสดุรวมถึงการประกอบเทียบชั้นได้กับแท็บเล็ตเรือธง ไม่ว่าอะลูมิเนียมชั้นดี ผ่านการรับรองมาตรฐานกันฝุ่นและน้ำเข้าแบบ IP68 ตำแหน่งปุ่มเหมือนกับ Tab S9 และมีเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือบิลต์-อินอยู่ในปุ่มเปิดปิด
ข้อแตกต่างเดียวของ Tab S9 FE กับ Tab S9 เป็นลำโพงที่ ซัมซุงลดจาก 4 ตัวในเรือธง เหลือ 2 ตัว แต่จากการทดสอบพบว่ายังให้เสียงดังกระหึ่มได้อยู่พอสมควร และมีเสียงผิดเพี้ยนน้อยมาก เมื่อเปิดดังสุด เสียอย่างเดียวคืออยู่ในตำแหน่งที่เสี่ยงต่อการที่มือของผู้ใช้จะไปปิดขณะถือใช้งาน

แท็บเล็ตรุ่นนี้ยังมาพร้อมปากกาสไตลัส S Pen ที่ติดกับตัวเครื่องด้านหลังได้ด้วยแรงดูดของแม่เหล็ก มีขนาดจับสะดวกใช้งานง่าย เพียงแต่อาจจะไม่ตอบสนองว่องไวเท่า S Pen ในแท็บเล็ตเรือธงที่มีอัตราตอบสนองถึง 2.8 มิลลิวินาที (ms) แต่ก็ยังถือว่าใช้งานได้อยู่ ในเกณฑ์ดี
นายไรอัน เฮนส์ นักรีวิวจากแอนดรอยด์อูธอริตี กล่าวว่า ผู้ใช้ในกลุ่มเป้าหมาย Tab S9 FE ไม่น่าจะคาดหวังให้แท็บเล็ตรุ่นนี้ทำงานเทียบชั้นเท่ากันกับเรือธงได้ทุกด้าน แต่สิ่งที่มองหาน่าจะเป็นแท็บเล็ตที่มีประสิทธิภาพดี รองรับงานได้รอบด้านในชีวิตประจำวัน ซึ่งแน่นอนว่าจุดนี้ Tab S9 FE จะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน

การทดสอบใช้งานไม่ว่าการค้นหาข้อมูลออนไลน์ อีเมล์ ดูคลิปออนไลน์ ใช้งานโซเชี่ยล ไปจนถึงการอ่านอีบุ๊ก ชมภาพยนตร์ ฟังเพลง และเล่นเกมทั่วไปที่ไม่กินกราฟิกมากนัก สามารถทำงานได้ลื่นไหลไม่มีปัญหาความร้อน หน้าจอยังสว่างเพียงพอในที่ แดดจ้า มีปัญหาแสงสะท้อนไม่มากนัก

Tab S9 FE และ Tab S9 FE Plus รันด้วยระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 13 และครอบทับด้วย One UI 5.1.1 แน่นอนว่าเป็นหนึ่งในสกินที่ยอดเยี่ยมที่สุดในแท็บเล็ตแอนดรอยด์ โดยออกแบบมาคำนึงถึงการใช้งานแบบมัลติทาสก์ที่สะดวก การหมุนของจอที่ลื่นไหล สามารถควบคุมได้ง่ายทั้งสองมือ

รวมกับซัมซุงที่เป็นค่ายซึ่งประกันการอัพเดตโอเอสที่ยาวนานถึง 4 รุ่น และแพตช์รักษาความปลอดภัยนาน 5 ปี กล่าวคือ ปีที่ 5 นั้นจะไม่ให้อัพเดตโอเอส แต่ยังมีแพตช์อัพเดตความปลอดภัยให้อยู่ สามารถใช้ไปได้ถึงแอนดรอยด์ 17 หรือปี 2571
อีกจุดหนึ่งเป็นแบตเตอรี่ จุดนี้ซัมซุงให้ขนาดของแบตฯ มาเท่ากับ Tab S9 คือ 10,090 mAh หากเป็นผู้ใช้งานปกติทั่วไปไม่ต่อเนื่องสามารถใช้ได้นานหลายวัน หากใช้งานต่อเนื่อง เช่น ชมภาพยนตร์ การทดสอบพบว่าชมภาพยนตร์ได้ถึง 3 เรื่อง แถมเล่นเกมต่ออีก 2 ถึง 3 ชั่วโมง ส่วนการชาร์จนั้นรองรับชาร์จเจอร์กำลังไฟสูงสุด 45 วัตต์ (W) แบบมีสายเท่านั้น
นายเฮนส์มองว่า Tab S9 FE ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ใกล้เคียงกับเรือธงอย่าง Tab S9 แต่ด้วยราคาเพียงร้อยละ 70 เท่านั้น เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการแท็บเล็ตประสิทธิภาพดีเยี่ยม รองรับการใช้งานรอบด้านในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น และชื่นชอบแท็บเล็ตที่มีจอแสดงผลขนาดใหญ่

สำหรับ ซัมซุง กาแล็กซี แท็บ เอส 9 เอฟอี วางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย สนนราคาที่ 19,900 บาท สำหรับรุ่นปกติ และ 27,900 บาท สำหรับรุ่นพลัส มี 2 สีให้เลือก สีเทาและสีเขียวมินต์
ส่วนทางเลือกแท็บเล็ตรุ่นอื่นๆ นั้นลองพิจารณาเป็น Apple iPad Air (M1), OnePlus Pad, Google Pixel Tablet และ Samsung Galaxy Tab S9 Plus หากต้องการจัดตัวท็อปกว่า แต่ก็ต้องควักกระเป๋าเพิ่ม
ทีมข่าวสดไอที
ภาพ /แอนดรอยด์อูธอริตี