เมื่อวันที่ 14 พ.ย. น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา ประจำสำนักเลขา นายกฯ กล่าวว่า หลังจากนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 10 พ.ย. เกี่ยวกับนโยบายเติมเงิน 1 หมื่นบาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต หลักการสำคัญ คือการแจกให้ประชาชน 50 ล้านคน อายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป มีเงื่อนไขเพียงมีเงินเดือนไม่ถึง 7 หมื่นบาท และมีเงินฝากในธนาคารไม่ถึง 5 แสนบาท ขยายพื้นที่การใช้จ่ายให้ครอบคลุมระดับอำเภอ กำหนดเวลาการใช้เงิน 6 เดือน เริ่มตั้งแต่พ.ค.2567 โดยรัฐบาลจะออก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ขณะที่จะมีกองทุนเพิ่มขีดความสามารถอีก 1 แสนล้านบาท
การออกมาแสดงความคิดเห็นของฝ่ายต่างๆ นั้น พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้เสนอนโยบายให้การเคารพและน้อมรับฟัง โดยใช้เวลาพอสมควรในการกลั่นกรองพิจารณารอบด้าน จนมีความชัดเจนในการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล แต่กลับมีผู้ที่ออกมาแสดงความเห็นทำนองขัดขวาง เหมือนจะอยากให้นโยบายนี้ประสบความล้มเหลว ไม่ว่าจะเป็นนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. นายพิสิฐ ลี้อาธรรม อดีต รมช.คลัง ประธานกรรมการนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชี รายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นต้น
รัฐบาลกำลังเตรียมการจัดทำร่าง พ.ร.บ.กู้เงินเพื่อเสนอต่อสภาพิจารณา เมื่อผ่านสภา 3 วาระจะเสนอต่อวุฒิสภาเพื่อพิจารณา 3 วาระเช่นกัน ด้วยกระบวนการทางสภาเป็นเช่นนี้ ย่อมทำให้ เกิดความถี่ถ้วนรอบคอบ จึงขอให้ผู้ที่ออกมาขัดขวางแบบ ไม่ลดราวาศอกได้ยับยั้งชั่งใจ มีความอดทนอดกลั้นไว้บ้าง โครงการใหญ่ระดับประเทศมักจะถูกวิจารณ์ แต่ต้องวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์โดยปราศจากอคติครอบงำ อย่าทำให้ประชาชนสูญเสียโอกาสที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจเลย