ซินเธีย วู หัวหน้าคณะนักวิจัยจากศูนย์ประสาทชีววิทยาแห่งการเรียนรู้และความทรงจำ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เออร์ไวน์ สหรัฐอเมริกา ทำการศึกษาพบว่า “กลิ่นหอม” ของน้ำหอมสามารถกระตุ้นการทำงานของระบบความทรงจำในผู้สูงวัยได้อย่าง เหลือเชื่อ จากการทดสอบกลุ่มผู้สูงอายุทั้งชายและหญิง อายุระหว่าง 60-85 ปีที่ไม่มีภาวะความจำเสื่อม โดยทั้งหมดได้รับอุปกรณ์กระจายกลิ่นและตลับน้ำหอมแบบรีฟิล 7 ตลับ แต่ละตลับบรรจุน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติที่มีกลิ่นแตกต่างกันไป และคนในกลุ่มควบคุมจะได้รับน้ำมันหอมระเหยในปริมาณจำกัดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
จากนั้นผู้ร่วมการวิจัยแต่ละคนจะเลือกใส่ตลับน้ำมันหอมระเหยลงในอุปกรณ์กระจายกลิ่นด้วยตัวเองในแต่ละคืนก่อนเข้านอนซึ่งอุปกรณ์จะทำงานกระจายกลิ่นหอมไปทั่วห้องเป็นเวลาราว 2 ชั่วโมง โดยผู้ร่วมทดสอบจะใช้อุปกรณ์กระจายกลิ่นทุกวันเป็นเวลานาน 6 เดือน

หลังครบกำหนดทีมวิจัยทำการเก็บข้อมูล ก่อนวัดผลโดยวัดจากการทดสอบรายการคำศัพท์ และสแกนสมองเพื่อให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงภายในสมอง ปรากฏว่า ลำเส้นใยประสาทขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “อันซิเนท ฟาสซิคูลัส” ซึ่งเชื่อมต่อบริเวณรอยต่อของสมองกลีบขมับและสมองกลีบข้าง ช่วยกระตุ้นความทรงจำให้ฟื้นคืน แถมยังมีการจดจำที่ดีขึ้น และช่วยให้ผู้ร่วมวิจัยนอนหลับสนิทมากขึ้น โดยกลุ่มผู้สูงวัยที่ ได้ดมกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยในปริมาณปกติเพียง 2 ชั่วโมงต่อคืนเป็นเวลานาน 6 เดือน มีความสามารถในการรับรู้และการจดจำมากขึ้นถึงร้อยละ 226 เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมที่ได้รับกลิ่นในปริมาณน้อยกว่ามาก การค้นพบนี้ตอกย้ำความสัมพันธ์ ที่ว่าการสูญเสียการรับรู้กลิ่นสามารถคาดการณ์ได้เกือบร้อยละ 70 ว่ามีความเสี่ยงป่วยเป็นโรคระบบประสาทและโรคจิตเภท รวมถึงโรคอัลไซเมอร์ และโรคพาร์กินสัน