‘อุ๊งอิ๊ง’ แพทองธาร ชินวัตร เดินหน้ากฎหมายทักก้า ช่วย ยกระดับรายได้ให้คนไทยพ้นยากจน ขณะที่นายแบงก์ชี้เศรษฐกิจฟื้นแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่เผชิญความผันผวนท้าทายอย่างหนัก เงินเฟ้อต่ำแต่ต้นทุนดอกเบี้ยสูง

เมื่อวันที่ 15 พ.ย. ที่โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์เพาเวอร์แห่งชาติ เปิดเผยในงานสัมมนา THAILAND 2024 : beyong RED OCEAN จัดโดยหนังสือพิมพ์ “ประชาชาติธุรกิจ” และ” ประชาชาติธุรกิจออนไลน์” ว่า ขณะนี้คณะกรรมการฯ อยู่ระหว่าง จัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เพื่อจัดตั้งองค์กรไทยแลนด์ ครีเอทีฟ คอนเทนต์ เอเจนซี่ (THACCA) เพื่อสร้างระบบนิเวศของอุตสาหกรรมซอฟต์เพาเวอร์ไทยทั้งระบบ คาดเสร็จและเสนอเข้าที่ประชุมรัฐสภาได้ช่วงกลางปี 2567

Thailand 2024 – น.ส.ปานบัว บุนปาน กก.ผจก.มติชน ต้อนรับน.ส.แพทองธาร ชินวัตร รองประธานยุทธศาสตร์ซอฟต์เพาเวอร์แห่งชาติ, ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย กก.ผจก.กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร, เรืองโรจน์ (กระทิง) พูนผล ปธ.กลุ่ม KASIKORN Business-Technology Group, อุทัย อุทัยแสงสุข ปธ.สายงานปฏิบัติการ แสนสิริ, สุรนาม พานิชการ ผู้ก่อตั้ง Tofusan, ดร.จักรพล จันทวิมล กก.ผจก.นันยางมาร์เก็ตติ้ง และสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้สนับสนุน ‘ไทบ้านเดอะซีรีส์’ ร่วมบรรยายพิเศษ งาน Thailand 2024 : beyond RED OCEAN จัดโดยประชาชาติธุรกิจ ที่โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก วันที่ 15 พ.ย.

โดยจะดำเนินนโยบาย One family one softpower : OFOS เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเพิ่มทักษะบุคลากรผ่านกลไกกองทุนหมู่บ้าน ช่วยยกระดับรายได้ประชากรต่อครัวเรือนเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 16,000 บาท/เดือน เพื่อก้าวพ้นเส้นความยากจน จากปัจจุบันที่ประชากรมีรายได้ต่อครัวเรือน 11,200 บาท/เดือน หรือเฉลี่ย 2,800 บาท/คนเท่านั้น

นายพิพัฒน์ เหลืองนฤนิตชัย กรรมการผู้จัดการหัวหน้า นักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร กล่าวว่า ขณะนี้เศรษฐกิจไทยถึงทางแพร่งต้องเผชิญความท้าทายอย่างหนัก หาก ภาคการท่องเที่ยวของไทยกลับเข้าสู่ภาวะปกติเหมือนช่วงก่อนโควิด-19 หลังจากนั้นเศรษฐกิจไทยจะอาศัยแรงส่งอะไรมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่วนระยะยาวต้องยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจและแรงงานไทย แนวโน้มฟื้นตัวได้ช้าแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่ทั่วถึง

“ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวแต่ไม่ถึงขั้นถดถอย เห็นได้จากดอกเบี้ยสหรัฐยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่ารวดเร็ว กดดันเศรษฐกิจไทยผันผวน และมีแนวโน้มจะฟื้นตัวและ ไม่ทั่วถึง แม้การท่องเที่ยวยังมีแรงส่งต่อเนื่อง การส่งออกจะปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐยังเป็นความหวังในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ก็ยังมีความไม่แน่นอนที่ต้องติดตาม ขณะที่ยังไม่เห็นสัญญาณการลงทุน สถาบันการเงินยังมีความระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินอยู่ในระดับต่ำ 0.5% สะท้อนภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังไม่เต็มที่ จากการประเมินความสามารถในการปล่อยสินเชื่อลดลง รวมถึงเงินเฟ้อฐานยังต่ำอยู่ที่ 0.6%”

นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เติบโตคู่กับเศรษฐกิจของประเทศไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยปีนี้มีการประมาณการว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) จะอยู่ที่ 3-4% ภาพรวมตลาดอสังหาฯ คาดว่าจะเติบโต 5-6% รวมทั้งปี 2567 ประเมินว่าจีดีพีระดับ 3-4% ตลาดอสังหาฯ เติบโต 5-6% สอดคล้องกัน

สำหรับโอกาสในการสนับสนุนการเติบโตของตลาดอสังหาฯ ได้แก่ การท่องเที่ยวฟื้นตัวชัดเจน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนกำลังซื้อต่างชาติ, รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และภาวะค่าเงินบาทที่ อ่อนตัว ส่งผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนต่างชาติต่อตลาดอสังหาฯ

“ส่วนความท้าทายที่เกิดขึ้นของตลาดอสังหาฯ ประกอบด้วย อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในภาวะขาขึ้น ซึ่งมีการวิเคราะห์ว่าทุกเปอร์เซ็นต์ที่ดอกเบี้ยปรับขึ้นมีผลต่ออำนาจการซื้อ 8%, สถานการณ์เงินเฟ้อ และราคาวัสดุก่อสร้าง ซึ่งต่อเนื่องจากปีที่แล้วจากการปรับเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน ทำให้ราคาวัสดุก่อสร้างปรับขึ้นมา 4% ส่วนปีนี้และปีหน้าอยู่ในระดับทรงตัวจากปีที่แล้ว พร้อมกันนี้ยังมีเรื่องของนโยบายการปรับค่าแรงงานจากกว่า 300 บาทต่อวัน เป็น 400 บาทต่อวัน มีการประเมินว่ามีผลต่อต้นทุนการผลิตให้ปรับขึ้นมา 3-4% และมีผลต่อราคาขาย 2-3%”

แต่อย่างไรก็ตามการแข่งขันของอสังหาฯ ยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นแนวทางของแสนสิริต้องปรับตัวตลอดเวลา ทั้งการหาธุรกิจใหม่ๆ ที่ต่อยอดธุรกิจ และสร้างความยั่งยืน การทำตลาด การบริการหลังการขาย ตลอดจนการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการทำธุรกิจ เพราะแสนสิริต้องเร่งสปีดเพื่อจะออกจากตลาดที่มีการแข่งขันสูง หรือ RED OCEAN

นายจักรพล จันทวิมล กรรมการผู้จัดการ บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันอัตราการเกิดลดลง 50% ทำให้ตลาดหายไป 50% ขณะที่นักเรียนจะมีรองเท้า 1.3 คู่ต่อคนต่อปี นันยางต้องหากลยุทธ์ใหม่ๆ เจาะตลาดนักท่องเที่ยว และขยายตลาดส่งออกในส่วนรองเท้าผ้าใบนันยางสำหรับเล่นกีฬา เพื่อยืนหยัดอยู่ในตลาดได้ต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน