วันที่ 16 พ.ย. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ที่ปรึกษารองนายกฯ กล่าวกรณีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งคำถามรัฐบาลว่าหากเงินดิจิทัลจำเป็นจริงทำไมไม่ออกเป็น พ.ร.ก. แทน พ.ร.บ. และมองว่าเป็นแค่เรื่องก่อหนี้สนองนโยบายหาเสียง ว่า ตนสงสัยถึงท่าทีของนายจุรินทร์กับกรณีเงินดิจิทัล คราวก่อนออกมา บอกรัฐบาลว่าจะแจกเงินดิจิทัลก็แจก แต่อย่าเอาประชาชนเป็นโล่กำบัง พอรัฐบาลผ่านการหารือและกำหนดกรอบการดำเนินโครงการจะออกเป็น พ.ร.บ.กู้เงิน ก็ออกมาตั้งคำถามอีก ตนอยากให้นายจุรินทร์เก็บคำถามไว้ใช้ในกระบวนการรัฐสภาน่าจะดีกว่า จะได้ทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ทำหน้าที่ฝ่ายแค้นประเภทติทุกดอก ถ้าติเพื่อก่อก็ไม่ว่าอะไร แต่ถ้าติเพื่อหวังผลการเมืองตนรับไม่ได้

นายจุรินทร์เคยเป็นรองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ น่าจะมองเห็นและเข้าใจถึงความลำบากยากเข็ญของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด และภาวะศึกสงครามที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย สภาพคล่องทางการเงินของบ้านเราแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด หลายประเทศก็มีวิธีและใช้เครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจที่แตกต่างกันไป ญี่ปุ่นปรับลดภาษี และแจกเงินให้ครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำ สิงคโปร์อัดฉีดงบเตรียมแจกเงิน กรณีเงินดิจิทัลที่รัฐบาลจะออกเป็น พ.ร.บ.กู้เงิน ก็เพื่อเอาเงินใหม่เข้าสู่ระบบ ถ้าเราใช้งบปกติก็ไม่ได้ เหมือนตักน้ำในบ่อเทลงบ่อ แล้วน้ำในบ่อมันจะไปเพิ่มได้ยังไง การ กระตุ้นรอบใหม่ก็ต้องใช้น้ำในบ่อใหม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน